ะมีคนทุบตีไป๋เจี่ยนจู๋จนกลายเป็นเช่นนี้ได้ หรือว่าล่วงเกินผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวม?
ในขณะที่นางกำลังสงสัย คนของหอชิงซวีก็เดินมาถึงเบื้องหน้าพวกนาง ไม่รอให้คนของหอชิงซวีคารวะหลี่เหนียงเนียง จินเฟยเหยาก็ชิงคารวะก่อนก้าวหนึ่ง “จินเฟยเหยา ศิษย์สำนักเฉวียนเซียนคารวะหลี่ว์เหนียงเนียง”
“จินเฟยเหยา?” หลี่ว์เหนียงเนียงมองสตรีผู้นี้ นึกไม่ออกว่ายายหนูนี่คือใคร
อี้จือก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด พลันจำได้ว่าจินเฟยเหยาเป็นใคร จึงกระซิบเบาๆ ข้างหูหลี่ว์เหนียงเนียง “อาจารย์ นี่คือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณที่ได้พบกับสำนักมารเมื่อหลายปีก่อน เฟิงผอจื่อแห่งสำนักหลิงคงยังเคยทะเลาะกับท่านเพราะนางเลย”
“ที่แท้เป็นนาง คิดไม่ถึงว่าสร้างฐานแล้ว” ยามนี้หลี่ว์เหนียงเนียงจึงนึกออก ที่แท้คือยายหนูที่ทำให้ตนเองกระอักโลหิตจากนั้นเอ่ยประจบสอพลอแล้วหนีไปคนนั้น
ในเมื่อสร้างฐานแล้ว แต่สำนักเฉวียนเซียนยังไม่ได้รายงาน ท่าทางจะเพิ่งสร้างฐาน ฉวยโอกาสนี้รับไว้ดีกว่าจะได้ไม่ต้องไปแย่งชิงคนกับตาเฒ่าพวกนั้น ดังนั้นนางจึงยิ้มบางๆ เอ่ยถามอย่างเมตตา “จินเฟยเหยา เจ้ามีบาดแผลทั้งตัวเช่นนี้ได้อย่างไร”
เห็นปฏิกิริยาของนาง จินเฟยเหยาก็โล่งอก นางกลัวว่าหลี่ว์เหนียงเนียงจะจำนางไม่ได้ บอกว่าไม่รู้จักนาง จากนั้นไม่เรียกศิษย์ทำธุระมาตรวจสอบก็ไล่นางไป ถึงตอนนั้นก็จะตกอยู่ในมือของหอชิงซวีจริงๆ นางรีบเผยรอยยิ้มให้เห็นเต็มหน้า เอ่ยตอบอย่างยินดี “ขอบ