๋ไม่ได้ ตอนนั้นข้าร่อนเร่อยู่ในดินแดนลึกลับลั่วเซียน บังเอิญพบผู้บำเพ็ญเซียนสองกลุ่มต่อสู้กัน นึกถึงตนเองเพิ่งสร้างฐาน ทั้งยากจนทั้งมอมแมม ข้าจึงขโมยกระเป๋าเก็บของของคนผู้หนึ่งไป บังเอิญศิษย์พี่ไป๋ผ่านมา เห็นข้าทำเรื่องฉวยโอกาสขโมยของของผู้อื่น ก็คิดจะขัดขวางข้า จากนั้นพูดจาไม่ถูกหู พวกเราจึงต่อสู้กัน”
“ตอนนี้พอคิดดูแล้ว การกระทำของข้าไม่สมควรจริงๆ กระเป๋าเก็บของใบนั้นก็ร่วงหายในขณะต่อสู้ อาจารย์ ข้าไม่อยากให้สำนักเฉวียนเซียนขายหน้า เพียงแต่ตอนนั้นข้าโลภจนเลอะเลือนไปชั่วขณะจึงทำเรื่องน่าชังแบบนั้น ศิษย์พี่ไป๋กระทำถูกต้อง หวังว่าอาจารย์อย่าได้โทษศิษย์พี่ไป๋ เป็นความผิดของศิษย์เอง ไม่มีป้ายคำสั่งของเกาะทองคำจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างเสียใจอย่างสุดซึ้ง มีท่าทางกลับตัวเป็นคนดีและสำนึกเสียใจเมื่อสายไป
“ที่แท้เรื่องเป็นเช่นนี้ แค่เข้าใจผิดกันเล็กน้อย จินเฟยเหยาเจ้าต้องจำไว้ ศิษย์พี่ไป๋คิดอ่านเพื่อเจ้าจึงได้ลงมือสั่งสอนเจ้า เจ้าห้ามคิดแค้นใจ” หลี่ว์เหนียงเนียงไม่สนใจว่านางพูดจริงหรือเท็จ อย่างไรเสียให้ดูเหมือนจริงก็พอ คร้านจะเอาเรื่องต่อ
“ค่ะ อาจารย์” จินเฟยเหยาหมุนตัวมาโค้งกายให้ไป๋เจี่ยนจู๋ เอ่ยอย่างจริงใจ “ขอบคุณศิษย์พี่ไป๋ที่สั่งสอน ศิษย์น้องจะจดจำไว้ในใจ”
ส่วนไป๋เจี่ยนจู๋เดือดดาลจนควันออกหูเพราะคำพูดเหลวไหลของนาง พอนางขอบคุณ เบื้องหน้าก็มืดมิดร่างโอนเอน
เห็นสถานการ