ลังกลุ่มคนจึงยิ้มโบกมือให้แล้วเดินไปหา ถัดจากเขา ผู้บำเพ็ญเซียนก็ถูกส่งตัวออกมาทีละคน คนที่มีสำนักก็เดินกลับไปท่ามกลางเสียงทักทายของบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้อง จากนั้นก็ไปหาผู้อาวุโสส่งมอบสิ่งของที่ได้มา
หลังส่งตัวออกมามีผู้บำเพ็ญเซียนอิสระจำนวนไม่น้อย ใบหน้าเรียบเฉย ตีหน้าเย็นชาหายตัวไปท่ามกลางฝูงชน ส่วนคนในตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนที่อาศัยอยู่ในเมืองลั่วเซียน หลังออกมาก็มีพี่ป้าน้าอาห้อมล้อมถามสารทุกข์สุกดิบ บนแท่นมองฟ้าเสียงดังเอะอะราวกับตลาดสด
สยงเทียนคุนก็ถูกส่งตัวออกมา เขายืนอยู่บนแท่นมองฟ้ามือถือกระบี่ดอกจวี๋สังหาร กลิ่นอายฆ่าฟันที่สะกดไม่อยู่ลอยคละคลุ้งทั่วแท่นมองฟ้า ตั้งแต่หัวจรดเท้าทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยโลหิตสด คนตาบอดยังมองออกว่าก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวมาต้องสังหารคนในนั้นไปไม่น้อย
ผู้อาวุโสของแต่ละสำนักเห็นท่าทางมารร้ายสังหารคนของเขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เป็นห่วงว่าศิษย์ของตนจะสิ้นชีวิตในดินแดนลึกลับใต้เงื้อมมือคนผู้นี้ สำนักที่เหล่าศิษย์ไม่ออกมายิ่งมองพินิจเขาอย่างเลวร้าย ราวกับแน่ใจว่าศิษย์ของตนเองที่ไม่ถูกส่งตัวออกมาต้องตายใต้เงื้อมมือของเขาแน่นอน
เห็นตนเองยืนอยู่บนแท่นมองฟ้า สยงเทียนคุนก็เก็บกระบี่ดอกจวี๋สังหารกลับเข้าในห้วงการรับรู้ กวาดตามองในฝูงชนรอบหนึ่งไม่พบเห็นเงาร่างของจินเฟยเหยา ยังนึกว่าต่อให้ยายคนนี้ออกมาก็ต้องหลบไปนานแล้วจึงตีสีหน้าเย็นชาเดินไปทางสำนักอวิ๋นซาน
บรรดาศิษ