ดังเดิม เพียงเพื่อล้อนางเล่น มันจึงจงใจยืนอยู่ในสวนดุจทวารบาลทุกวัน
เทียบกับเมื่อก่อน ร่างของมันดูเหมือนศีรษะอันล้านเลี่ยนสีเขียวบนตัวหลุดไปไม่น้อย ตอนนี้มองอย่างไรก็เหมือนกบขี้เรื้อนตัวหนึ่ง ทำให้จินเฟยเหยาคาดเดาอยู่ตลอดว่าต่อไปพั่งจื่อจะกลายเป็นสีขาวหิมะหรือไม่
ลายเมฆบนหน้าอกของพั่งจื่อก็มีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น ถ้ายังโตด้วยอัตราเร็วเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าคงเลื่อนขั้นจนมีขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมๆ และความคิดแรกในสมองจินเฟยเหยาคือกบผานอวิ๋นที่ตัวใหญ่โตแบบนี้กินเก่งมาก ต่อไปตนเองจะเลี้ยงอย่างไรไหว
เพราะใช้ศิลาวิญญาณและยาอย่างเต็มกำลังดังนั้นพลังการบำเพ็ญเพียรของจินเฟยเหยาจึงเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็ว ท่าทางผู้ฝึกบำเพ็ญไม่มีการแบ่งแยกคุณสมบัติอะไรหรอก ก็แค่แบ่งว่ามีศิลาวิญญาณมากหรือน้อยเท่านั้น
“อ๊บๆ”
“อ๊บ…”
“อ๊บๆๆ”
ยามนี้จินเฟยเหยากำลังพยายามวาดยันต์ซ่อนกายอยู่ในห้องฝึกบำเพ็ญ รอบกายมียันต์ขยะกระจายญ็ ญฐ็ญเกลื่อนพื้น ส่วนข้างหูมีเสียงร้องของกบดังไม่หยุด ร้องจนนางจิตใจสับสนว้าวุ่น พู่กันในมือสั่นน้อยๆ ควันสีเขียวส่งออกมาจากยันต์ กระดาษยันต์หนังสัตว์ดีๆ ใบหนึ่งก็หมดกัน
ยันต์ซ่อนกายระดับสี่ไม่อาจใช้กระดาษยันต์หยาบๆ ชั้นต่ำสุดได้ นางจึงเปลี่ยนเป็นกระดาษยันต์ที่ทำจากหนังสัตว์นานแล้ว ราคาสูงกว่ากระดาษยันต์หยาบๆ หลายเท่าตัว จินเฟยเหยาโยนยันต์ขยะในมือทิ้งแล้วหอบหายใจด้วยความเดือดดาล ลุกขึ้นพุ่งไปด่าทอใส่