เหยาก็ถูกป้ายความผิดอีก
จินเฟยเหยากลับมาถึงในเรือน ตรวจสอบพั่งจื่อรอบหนึ่งพลางพูดไปด่าไป เมื่อไม่พบความผิดปกติตรงไหน จึงเก็บพั่งจื่อไว้ในอ่างมายาจิ่งเทียนอย่างวางใจ
ผ่านไปหลายวัน ตู้สุ่ยหลันก็ไม่ได้มาหานางอีก ทว่ากลับมีข่าวแพร่ไปรอบภูเขาเซียนซู่แห่งเมืองลั่วเซียน ว่ามีสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณปรากฏตัว มีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีหลายนางบังเอิญโชคร้าย และยังมีผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษบางคนประสบหายนะขณะช่วยเหลือไปด้วย ท่าทางหวาซีลงมือแล้ว ผู้บำเพ็ญเซียนอิสระเพศหญิงหาได้ยาก บุรุษผู้นี้คำนวณแล้ว สำนักที่อยู่บนภูเขาเซียนซู่มีคนได้รับยาสร้างฐานจำนวนมาก คาดว่าต้องเก็บเกี่ยวได้ไม่เลว ข่าวนี้เพิ่งแพร่ออกไปไม่นาน หวาซีก็มาหาถึงสำนัก เขานั่งลงบนเก้าอี้นอนในเรือนด้วยสีหน้าย่ำแย่ ดูเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง
จินเฟยเหยาลากกระถางใบหนึ่งมาวางคว่ำจากนั้นนั่งลงแล้วมองเขาด้วยสีหน้าวาดหวัง หวาซีเอ่ยอย่างอ่อนแรง “เจ้ารินน้ำให้ข้าหน่อยไม่ได้หรือ เหตุใดจึงปฏิบัติกับแขกเช่นนี้”
“หึหึ ดูความจำของข้าสิ ข้าไม่รีบร้อน เจ้ารอสักครู่ ข้าจะรินน้ำชาให้” จินเฟยเหยายิ้มอย่างขัดเขิน รีบรินน้ำชาให้เขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง จินเฟยเหยาก็นำชาถ้วยหนึ่งและขนมจานหนึ่งมาวางข้างเก้าอี้นอนอย่างมีมารยาท จากนั้นก็รอข่าวดีของหวาซีอย่างกระวนกระวาย
“เจ้ามิได้ไม่มียาสร้างฐาน จำเป็นต้องทำท่าทางแบบนี้ด้วยหรือ?” หวาซียกถ้วยชาขึ้นเปิดฝาดื่ม จืดสนิท
พอหวาซีก้มลงดู