คิดไม่ถึงว่าในถ้วยชามีแค่น้ำเปล่า ไม่มีแม้แต่ใบชาลอยอยู่ พอมองขนมที่อยู่ด้านข้างก็เป็นปิ่งสีแดงขาว นี่เป็นปิ่งที่ให้โดยไม่เสียเงินในลานประลองเป็นตายมิใช่หรือ?
“เจ้าตระหนี่เกินไปแล้ว สิ่งของเช่นนี้ก็นำออกมารับแขกได้ น้ำเปล่านั้นช่างเถอะ แล้วปิ่งเป็นตายนี่มันเรื่องอะไรกัน?” หวาซีวางถ้วยชา มีโทสะจนชี้ปิ่งเป็นตายแล้วด่าทอ
จินเฟยเหยาลูบศีรษะอธิบายอย่างขัดเขิน “ที่นี่ไม่มีใบชา ไม่ได้ออกจากบ้านมาหลายวัน กินสิ่งของที่เตรียมไว้หมดเกลี้ยงแล้ว ข้ากินปิ่งเป็นตายไม่หมดตอนเที่ยวเล่นอยู่ในลานประลองเป็นตาย ข้าเห็นว่ารสชาติใช้ได้ ถ้ากินทิ้งกินขว้างจะถูกฟ้าผ่า ดังนั้นจึงนำกลับมาด้วย เจ้าก็ฝืนใจกินหน่อยเถอะ”
หวาซีพิงบนเก้าอี้นอนอย่างหมดแรง “ข้านี่ซวยมาแปดชาติจริงๆ เหตุใดจึงรู้จักคนอย่างเจ้าได้นะ”
“พูดออกมาได้ ตอนนั้นเจ้าหาเรื่องข้าก่อนนะ ข้าไม่ได้เป็นฝ่ายไปทำร้ายเจ้าถึงที่ ยังมาโทษข้าอีก” จินเฟยเหยามองเขาอย่างดูแคลน
“ฮึ ช่างเถอะ คร้านจะพูดกับเจ้า เอ้า นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการ” หวาซีคร้านจะเอ่ยมากความ หยิบขวดเคลือบใบหนึ่งในกระเป๋าเก็บของออกมาโยนให้นาง
จินเฟยเหยารับขวดเคลือบมาอย่างยินดีปรีดา ด้านในมียาสร้างฐานเม็ดหนึ่งจริงๆ นางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้เจ้าได้ยาสร้างฐานมากี่เม็ด คาดว่าผลรับคงไม่เลว”
“เหตุใดเจ้าจึงเป็นคนเช่นนี้ ไม่เห็นหรือว่าข้าเหน็ดเหนื่อยจนเป็นแบบนี้แล้ว เจ้านึกว่าโยนสัตว์เพาะเลี้ย