ึ่ง จึงตัดสินใจวางมันไว้ในห้องฝึกบำเพ็ญ นางไม่อยากพาตู้สุ่ยหลันขึ้นไปห้องของตนเองที่ชั้นสอง ถ้าให้นางเห็นเครื่องนอนลายปักของตนเอง เครื่องประดับและสิ่งของสตรีบนโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่แน่ว่าจะถูกเห็นเป็นคนวิปริต
จัดการเก็บของตามสบาย เห็นแปลงยาในสวนถูกขุดจนเละเทะไปทั่ว นางได้แต่ทำให้แปลงยาที่คิดจะโยนทิ้งไปกลับคืนเป็นเหมือนเดิม อย่างไรเสียยังไม่ได้ย้ายต้นอ่อนหญ้าวิญญาณไปปลูกทั้งหมด อีกสักครู่ยังต้องทำต่ออีก ทิ้งไว้ที่นี่แบบนี้เถอะ วุ่นวายและสกปรกนิดหน่อย ตู้สุ่ยหลันน่าจะขัดเขินและกลับไปเร็วขึ้น
รอจนจินเฟยเหยามาที่ประตูสำนักเฉวียนเซียน ก็เห็นตู้สุ่ยหลันสวมชุดกระโปรงสีหญ้าอ่อนทั้งตัว นั่งอยู่บนบันไดมองถนนอย่างน่าสงสาร จินเฟยเหยาเดินไปมุมถนนแล้วมองดู ด้านนั้นมีคนธรรมดาที่ดูเหมือนคนรับใช้กลุ่มหนึ่ง กำลังกลัวจนหัวหดหลบอยู่ตรงมุมถนน มองมาทางตู้สุ่ยหลันไม่หยุด
“สหายเซียนตู้ เหตุใดจึงนั่งบนบันได?” จินเฟยเหยาก้าวเข้าไปถาม
พอตู้สุ่ยหลันหันหน้ามาเห็นว่าเป็นจินเฟยเหยา ก็รีบลุกขึ้นยืน เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน “ข้ารอสหายเซียนจินอยู่ที่นี่ สำนักเฉวียนเซียนของพวกเจ้าน่าจะทำห้องรับแขกสักห้อง ต่อไปถ้ามีแขกมาจะได้ไม่ต้องนั่งรอบนบันไดอีก”
“ผู้ใดให้เจ้าไม่แจ้งล่วงหน้าเล่า ถึงหน้าประตูแล้วเพิ่งบอก ถ้าข้าไม่อยู่ หรือว่าเจ้าจะนั่งรอบนบันไดตลอดเวลา?” จินเฟยเหยาไม่ใช่บุรุษ ดังนั้นจึงไม่สนใจแผนหญิงงาม เรียกได้ว่าพูดจ