มาอย่างอธิบายไม่ได้ ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ ฝึกบำเพ็ญมาหลายปีแล้ว ยังมีความรักความรู้สึกอยู่อีก มีเวลาว่างแบบนี้ ไปปิดด่านกักตนสักหลายปียกระดับพลังการบำเพ็ญเพียรยังดีกว่า
ในที่สุดก็ถึงยามซวี จินเฟยเหยาและเจ้าเยี่ยนหงก็แยกกันขึ้นเวทีจากทางเข้าคนละแห่ง และเพราะการทะเลาะเบาะแว้งของพวกเขาสองคน เวทีประลองเป็นตายจึงดำเนินการทันที หอน้อยสำหรับพักผ่อนที่ใช้เวลาสร้างหลายวันก็ไม่ให้ผู้บำเพ็ญเซียนที่เป็นคู่ต่อสู้พบกันก่อนขึ้นเวทีอีก เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องทะเลาะโต้เถียง
ทั้งสองคนยืนอยู่บนเวที จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองท้องนภา ดวงดาราเต็มท้องฟ้า โชคดีจริงๆ กลางคืนแล้ว ราตรีมืดมิดลมพัดแรงเป็นเวลาเหมาะแก่การใช้วิธีสกปรกพอดี
หลังจากผู้บำเพ็ญเซียนสวมหมวกสีเงินยืนยันตัวตนของทั้งสองฝ่ายว่าถูกต้อง ก็เหยียบบนเมฆรูปความคิดบินไปกลางอากาศ โบกมือตะโกนให้เริ่มได้
ยังไม่สิ้นเสียง สองมือจินเฟยเหยาก็จุดแสงไฟสีฟ้าพุ่งเข้าใส่เจ้าเยี่ยนหง เตรียมชิงลงมือก่อนได้เปรียบ ส่วนเจ้าเยี่ยนหงหัวเราะเสียงเย็นชา ในมือมีแสงสีทองกระพริบวาบ ห่วงทองคำเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ
“เดาความเคลื่อนไหวของเจ้าได้ทะลุปรุโปร่งแต่แรกแล้ว ใช้กำลังป่าเถื่อนเข้าประชิดตัวอย่างโง่เขลา รับกระบวนท่า”