ด้ ตู้สุ่ยหลันย่อมไม่เชื่อลูกไม้นี้ของเขา เจ้าหมอนี่พาสัตว์ภูติล้ำค่าตัวหนึ่งมาทุกสองสามวัน ถ้าไม่ใช่เท้าแพลงก็กินของแปลกๆ แค่มองก็รู้ว่าจงใจทำให้ป่วย
“เจ้าอย่ามาที่นี่ทั้งวันเลย กระทบต่อการตรวจรักษาของข้า” ตู้สุ่ยหลันเงยหน้าขึ้นมองประตู พบว่าจินเฟยเหยาจากไปนานแล้ว
เห็นตู้สุ่ยหลันยังมองข้างนอกอย่างกระวนกระวายใจ เพลิงโทสะในใจเจ้าเยี่ยนหงก็ลุกไหม้ จดจำจินเฟยเหยาเอาไว้ เห็นท่าทางของคนผู้นี้ น่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่เข้าร่วมการประลอง ถ้าผ่านการประลอง เขาพลันวางแผนการในใจแล้วแย้มยิ้มชั่วร้าย
จินเฟยเหยาไม่มีเวลาไปดูเขาประจบเอาใจสตรี จึงฉวยโอกาสนี้เดินออกมา นางครุ่นคิด หยิบยันต์ถ่ายทอดเสียงส่งคำพูดถึงหวาซี แล้วกลับเข้าเมืองลั่วเซียน ไม่ว่าอย่างไรทุกคนเป็นสหายกัน ถึงอย่างไรก็สมควรห่วงใยหน่อย
นางไปร้านช่างไม้ก่อน คิดจะดูว่าการก่อสร้างหอน้อยเป็นอย่างไรบ้าง
เถ้าแก่เห็นจินเฟยเหยามา ก็นำนางไปลานเรือนด้านหลัง หอน้อยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ผ่านไปอีกครึ่งเดือนน่าจะส่งมอบงานได้ อย่างไรเสียในร้านช่างไม้ก็มีหัวหน้าคนงานที่เป็นผู้ฝึกปราณช่วงต้น ดังนั้นความเร็วในการก่อสร้างรวดเร็วกว่าในโลกมนุษย์มากนัก
เห็นหอน้อยมีความคืบหน้าไม่เลว จินเฟยเหยาก็สั่งทำเครื่องเรือนอีก ในเมื่อสร้างหออันงดงาม เช่นนั้นก็ต้องทำให้ดีหน่อย จะได้อาศัยอยู่ได้ สิ่งเดียวที่เสียใจคือไม่มีที่ปลูกหญ้าวิญญาณ
กลับถึงเรือน นางพบโดยบังเอ