ินและกังวลใจออกมา
เห็นจินเฟยเหยาท่าทางขัดเขินและเก้ๆ กังๆ ท่าทางของหมอหญิงก็อ่อนโยนลงไม่น้อย ทั้งยังเผยรอยยิ้มนิดๆ พอเห็นกบตัวใหญ่ในอ้อมกอดของจินเฟยเหยา ก็เอ่ยถามอย่างตกตะลึง “เหตุใดกบผานอวิ๋นตัวนี้จึงตัวใหญ่ขนาดนี้?”
“ท่านหมอดูอาการของมันก่อนได้หรือไม่ หากมีเวลาว่างข้าจะเล่าให้ท่านฟังว่าทำไมมันจึงตัวใหญ่ขนาดนี้” คงไม่ใช่คนที่มีความรู้งูๆ ปลาๆ หรอกนะ เวลานี้ใครจะไปสนใจขนาดตัวของมัน จินเฟยเหยาไม่พอใจ ทว่ากลับไม่กล้าแสดงออกมาภายนอก หากล่วงเกินผู้อื่น เกรงว่าคงรักษาชีวิตของพั่งจื่อไว้ไม่ได้
ได้ยินนางพูดเช่นนี้ หมอหญิงก็เงยหน้าขึ้นมองจินเฟยเหยา หน้าแดงเล็กน้อยอย่างกะทันหัน คนผู้นี้เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้นะพอเอ่ยปากก็นัดผู้อื่นแล้ว คงไม่ใช่จงใจทำร้ายสัตว์ภูติ จากนั้นก็หาโอกาสนัดข้าหรอกนะ ทั้งยังรู้ว่าผู้อื่นสนใจสัตว์ภูติแปลกประหลาด จึงทำกบผานอวิ๋นแบบนี้ขึ้นตัวหนึ่งโดยเฉพาะ คนผู้นี้ดูเหมือนสัตย์ซื่อ ทว่ากลับมีแผนการมากมายนัก
หมอหญิงชื่อตู้สุ่ยหลัน ในตระกูลประกอบอาชีพหมอรักษาสัตว์ภูติและเลี้ยงสัตว์ภูติสืบต่อกันมาหลายรุ่น เพียงเพราะหน้าตางดงามน่ารัก จึงมักจะมีผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมากหาข้ออ้างมาตีสนิทกับนาง คิดจะแต่งนางเป็นคู่บำเพ็ญ ที่จริงสาเหตุหลักไม่ใช่เพราะนางหน้าตางดงามอย่างที่สุด แต่เป็นเพราะผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้นล้วนป่าเถื่อนโหดร้าย หาภรรยาไม่ได้
และร้านสัตว์ภูติของตระกูลนางเป็นร้านใหญ่อ