าะต้องเลื่อนขั้น ครั้งที่แล้วตอนมันเลื่อนขั้นเป็นสัตว์ปิศาจขั้นหนึ่ง ก็ไมได้สลบไปและไม่ได้ร้อนลวกทั้งตัว เพียงแค่หลับไปสองวัน หลังจากตื่นขึ้นมาก็ตัวโตขึ้นหน่อย ไม่มีปรากฏการณ์เหล่านี้เลย
เห็นจินเฟยเหยาครุ่นคิด ตู้สุ่ยหลันนึกว่าเขาคิดไม่ตก จึงเอ่ยปลอบประโลมอย่างสนิทสนม “สหายเซียนท่านนี้ไม่ต้องเป็นห่วง จำเป็นต้องให้มันนอนหลับอย่างสงบ รอโอกาสที่มันเลื่อนขั้นสำเร็จ ถึงตอนนั้นก็จะได้สติเอง”
“ขอบคุณท่านหมอ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้ว” ในเมื่อพั่งจื่อแค่เลื่อนขั้น ไม่ใช่ถูกตนเองบีบคอตาย จินเฟยเหยาก็วางใจ เอ่ยขอบคุณตู้สุ่ยหลันแล้วคิดจะจากไป ที่นี่มีสัตว์ภูติบาดเจ็บนานาชนิดนอนอยู่เต็มไปหมด กลิ่นไม่ค่อยดีเท่าไร
จินเฟยเหยานำพั่งจื่อในอ้อมกอดใส่ลงในกระเป๋าสัตว์ภูติอย่างวางใจ คิดจะออกไปจากที่นี่ อย่างไรเสียก็เข้ารอบย่อยสองร้อยคนแล้ว แค่รอประลองรอบสุดท้ายก็พอ ส่วนการประลองรอบสุดท้ายที่คิดมาเพื่อผู้บำเพ็ญเซียน ตกลงกันไว้นานแล้วที่อีกครึ่งเดือนให้หลัง ดังนั้นจินเฟยเหยาที่ประลองเสร็จสิ้น สามารถกลับได้แล้ว
ตู้สุ่ยหลันเห็นจินเฟยเหยารีบเดินออกจากกระโจม ก็กัดริมฝีปาก ตัดสินใจตะโกนเรียกเสียงดัง “สหายเซียน ช้าก่อน”
“ท่านหมอยังมีเรื่องอะไรหรือ? อ้อ ข้าลืมไป ยังไม่ได้จ่ายค่ารักษา ต้องการศิลาวิญญาณเท่าไร?” จินเฟยเหยาชะงักฝีเท้า นึกขึ้นได้ว่าตนเองยังไม่ได้จ่ายค่ารักษา
ตู้สุ่ยหลันเอ่ยด้วยใบหน้าแดงก่ำว่า “แค่ด