ยุพวกเจ้าก็ยังไม่บรรลุขั้นสร้างฐานช่วงปลาย” ในที่สุดด้านล่างเวททีก็มีผู้บำเพ็ญเซียนตะโกนออกมาอย่างหมดความอดทน
มีคนนำ ทุกคนก็เริ่มโวยวาย ด่าทอคำหยาบคายต่างๆ นานาออกมา ทั้งสองคนบนเวทีอาจจะสู้กันจนไม่รู้ตัว จึงแสร้งไขสือไม่ได้ยินเสียงโวยวายด่าทอด้านล่าง ปล่อยหมัดเข้าใส่กันโดยไร้สติ ไม่ตายไม่เลิกรา
จินเฟยเหยาไม่ใส่ใจสายตาของคนรอบข้าง หยิบถังหูลู่[1] ไม้หนึ่งมากิน มองคนทั้งสองบนเวทีแล้วเอ่ยกับพั่งจื่อว่า “ช่างน่าประทับใจจริงๆ อีกนิดเดียวก็จะเสี่ยงตายเผาจิตวิญญาณดั้งเดิมแล้ว”
“อ๊บๆ” พั่งจื่อเองก็กินถังหูลู่ และเห็นด้วยกับคำพูดของจินเฟยเหยาอย่างหาได้ยาก
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างตกตะลึง “เจ้าถึงกับบอกว่าพวกเขาสองคนโง่เขลา ทั้งยังบอกว่าพวกเขาสองคนไม่แข็งแกร่ง ทว่ากลับมาเสี่ยงชีวิตที่นี่ ต่อให้ชนะรอบนี้ รอบต่อไปก็ไม่ผ่านแน่ และอาจจะเสียชีวิต มิสู้กลับไปฝึกบำเพ็ญดีกว่า เจ้าพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร นี่คือพลังความมุ่งมั่นของผู้อื่นเหนือกว่าความแข็งแกร่ง”
พั่งจื่อหุบปากทันที ไม่ส่งเสียงสักแอะ ก้มหน้ากินถังหูลู่ไม่สนใจจินเฟยเหยาอีก
น่าไม่อายเกินไปแล้ว ตนเองคิดจะพูดเช่นนี้ชัดๆ กลับใส่ร้ายสัตว์ภูติของตนเอง ร้องอ๊บสองครั้งจะมีความหมายมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร สู้พวกเราไม่ได้ อยากด่าทอก็ด่าตรงๆ อย่างเปิดเผย มีฐานะเป็นบุรุษ คิดไม่ถึงว่าจะทำเรื่องเช่นนี้ จอมปลอมจริงๆ
ผู้บำเพ็ญเซียนรอบด้านมองจินเฟยเหยาอย่างดู