ะกระตุ้นให้ผู้ตัดสินตรวจสอบผู้บำเพ็ญเซียนสตรีตอนตัดสินการประลอง ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานคนนี้จำจินเฟยเหยาไม่ได้ ไม่ได้มองนางมาก คนที่จดจำนางได้ย่อมต้องเบิกเนตรสวรรค์[3]แล้ว
“เริ่มได้!” ผู้ตัดสินเห็นว่าไม่มีปัญหา จึงสั่งเริ่มประลอง
สาวงามผู้นั้นก็บิดเอวอ้อนแอ้น เคลื่อนไหวร่างกายด้วยรอยยิ้มปริ่ม เตรียมใช้ท่าไม้ตายที่ตนเองเชี่ยวชาญเตรียมโจมตีสังหารเจ้าโง่ฝั่งตรงข้าม
จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ หยิบก้อนหินขนาดเท่าแตงโมจากในกระเป๋าเก็บของทุ่มใส่สาวงาม
“ก้อนหิน? หรือว่าหลงใหลข้าจนเลอะเลือน คิดไม่ถึงว่าจะใช้ก้อนหินเป็นอาวุธเวท?” สาวงามมองก้อนหินที่ลอยมา ใช้มือดึงแถบผ้าไหมบนร่างคิดจะกระแทกก้อนหินเบาๆ ให้ลอยไป
กลับคิดไม่ถึงว่า ก้อนหินจะพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทะลุผ่านเขตป้องกันของนาง ทับแถบผ้าของนางและกระแทกลงบนใบหน้าของนางอย่างหนักหน่วงจนหน้าตายับเยิน ณ ที่นั้น สาวงามถูกก้อนหินกระแทกจนคว่ำลงพื้น ศีรษะบวมจนเหมือนหัวสุกร สลบไปทันที
จินเฟยเหยาใช้ก้อนหินก้อนเดียวทุบสาวงามจนล้มคว่ำ สู้ชนะผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงปลายได้ ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนรอบด้านตื่นตระหนกตกใจ หลังจากเงียบไปหลายอึดใจ ฝูงชนก็เริ่มโห่ร้องประณาม
“ไร้คุณธรรมเกินไป ผู้บำเพ็ญเซียนที่งดงามปานนี้ คิดไม่ถึงว่าจะใช้ก้อนหินทุบอย่างป่าเถื่อน เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่”
“ลงมือหนักปานนี้ เกรงว่าต้องเสียโฉมแน่”
“สาวน้อยที่น่าสงสาร คิดไม่ถึงว่าจะเ