้นเบื้องหน้า รู้สึกสับสนงุนงง
จินเฟยเหยาชี้ไปที่หอเล็กแล้วเอ่ยว่า “เจ้าดูสิ ชั้นหนึ่งมีห้องนั่งเล่น ข้ายังทำชั้นจำนวนมากไว้บนกำแพงโดยเฉพาะ สามารถวางสิ่งของได้มากมาย ด้านนี้มีบันไดสามารถขึ้นชั้นสองได้ ชั้นสองข้ากั้นไว้สองห้อง ห้องใหญ่เป็นของข้า ห้องเล็กเป็นของเจ้า ต่อไปห้ามเจ้าแย่งเตียงข้านอนอีก”
เห็นห้องเล็กๆ ที่ยาวครึ่งจั้งกว้างครึ่งจั้ง พั่งจื่อถอยหลังไปสองก้าวคิดจะมองดูให้ละเอียดขึ้น ในดวงตากบของมัน เบื้องหน้ามีเพียงกองไม้ที่สุมกันเป็นขยะกองหนึ่ง มองไม่เห็นหอเล็กอะไรทั้งสิ้น แผ่นไม้ที่สุมเข้าด้วยกันเอียงโย้เย้ ไม่มีแม้แต่พื้นที่ราบ ที่นี่ไม่มีลม ไม่เช่นนั้นถ้าลมพัดมาต้องพังแน่นอน
พั่งจื่อมองหอเล็กหลังนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า สายตาจับจ้องไปยังสถานที่ซึ่งได้ยินว่าเป็นห้องของตนเอง ไม่ส่งเสียงออกมาสักนิด
“ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็นับว่าข้าทำเอง ข้านี่ร้ายกาจจริงๆ” ในขณะที่จินเฟยเหยากำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง พั่งจื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันหงุดหงิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เห็นมันเงยหน้าอ้าปากร้องเสียงดังไม่หยุด ดูเหมือนมีโทสะอย่างยิ่ง ทำให้จินเฟยเหยาที่อยู่ด้านข้างตกใจ จากนั้นก็เห็นลิ้นของพั่งจื่อทุบทำลายหอเล็กอย่างวุ่นวายราวกับสายฟ้าแลบ
“ไม่นะ!”
จินเฟยเหยาห้ามไม่ทัน ได้แต่เบิกตามองหอเล็กสองชั้นพังถล่มลงมาเสียงดังสนั่น นางทรุดลงคุกเข่าเบื้องหน้าหอที่พังลงมา คำรามด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง “เจ้