นางเบียดเข้าไปในกลุ่มคน เอ่ยถามชายชราว่า “สหายเซียนท่านนี้ คิดจะขายของสิ่งนี้ด้วยราคากี่ศิลาวิญญาณ?”
“สองหมื่นศิลาวิญญาณ”
“เจ้าจะปล้นกันหรือ สองหมื่นศิลาวิญญาณ ชั่วร้ายกว่าข้าเสียอีก” พอชายชราเอ่ยปาก ก็ทำให้จินเฟยเหยาตกใจ
“เจ้าหมอนี่ นั่นเป็นเพราะเจ้าดูของไม่เป็น”
“เอาละ เจ้าบอกข้ามา ของสิ่งนี้มีอะไรพิเศษ” จินเฟยเหยาถูกชายชราทำให้ของขึ้น ลงนั่งยองๆ ชี้อ่างแล้วเอ่ยถาม
เห็นมีคน ‘ขอคำชี้แนะอย่างถ่อมตัว’ ชายชราก็ยินดี ชี้อ่างเก่าๆ ในมืออย่างกระตือรือร้นแล้วเอ่ยว่า “นี่เป็นของดี สามารถไปถึงพื้นที่มิติแห่งหนึ่งผ่านอ่างมายาจิ่งเทียนใบนี้ได้ ด้านในก่อสร้างถ้ำ ทั้งสะดวกทั้งปลอดภัย คิดจะพกพาไปสถานที่ใดก็ทำได้ อีกทั้งยังไม่ต้องให้เจ้าลำบากลงมือเอง บรรพชนของข้าสร้างถ้ำอันใหญ่โตโอ่อ่าหลังหนึ่งไว้ด้านในนานแล้ว เจ้าแค่อาศัยอยู่ก็พอ ด้านในยังมีน้ำพุวิญญาณชั้นยอด และหญ้าวิญญาณที่บรรพชนปลูกไว้หลายร้อยหลายพันปีโดยไม่ได้เก็บเกี่ยว นี่เป็นสมบัติก้อนมหาศาลทีเดียว”
จินเฟยเหยาฟังถึงตรงนี้ ก็เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “มีหญ้าวิญญาณมากมายขนาดนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่นำออกมาขายสักต้น ถ้าด้านในมีหญ้าวิญญาณมากมายเหมือนที่เจ้าบอกจริง เช่นนั้นก็มิอาจใช้ศิลาวิญญาณมาคำนวณราคาได้ เหตุใดเจ้าจึงต้องนำคลังสมบัติทั้งหมดมาขายแลกศิลาวิญญาณเพียงสองหมื่นก้อน”
ชายชราสีหน้าแข็งทื่อ เอ่ยอย่างขัดเขินเล็กน้อย “ก็เข้าไม่ได้นี่นา”
“เข้าไม่