จินเฟยเหยาไม่เคยได้ยินชื่อสัตว์กลืนฟ้ามาก่อน จึงได้แต่สอบถามชายชรา
ขอเพียงจินเฟยเหยาถามคำถามเขา เขาก็จะแสดงสีหน้าสบายใจขึ้นมา ราวกับตนเองเป็นปรมาจารย์อันลึกล้ำ รออธิบายความจริงแท้ของสวรรค์และพิภพให้เจ้าโง่เหล่านี้ฟัง
ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาไม่สนใจว่าสิ่งของของตนเองจะขายได้หรือไม่ โคลงศีรษะบรรยายว่า “สัตว์กลืนฟ้า เป็นสัตว์ปิศาจขั้นหกชนิดหนึ่งซึ่งเติบโตที่ดินแดนระดับเทพ สามารถอ้าปากกลืนฟ้ากินตะวันได้ เรือนร่างมีขนาดมหึมา ลักษณะคล้ายกบตัวใหญ่ที่ข้างกายเจ้านิดหน่อย หินอุจจาระก็คือหินที่สัตว์กลืนฟ้าถ่ายออกมา”
“โลกระดับเทพ? สหายเซียน เจ้ายังอยากขายสิ่งของนี้หรือไม่” จินเฟยเหยามองเขาอย่างอับอายจนเหงื่อแตก รู้สึกว่าชายชราผู้นี้บัดเดี๋ยวฉลาดเฉลียวบัดเดี๋ยวโง่งม
ชายชราหัวเราะหึๆ “สหายเซียน เจ้าสามารถหาสิ่งของทดแทนได้ ไม่มีสัตว์กลืนฟ้า เจ้าหากบที่ถ่ายออกมาเป็นหินก็ได้ ตัวที่อยู่ข้างกายเจ้าถ่ายออกมาเป็นหินใช่หรือไม่? ถ้าใช่ก็ใช้สิ่งนี้แทนได้”
“ถ้าสิ่งที่มันถ่ายออกมาไม่ใช่หิน แต่เป็นทรายล่ะ ก็ใช้ได้เหมือนกันหรือ?”
จินเฟยเหยาไม่รู้ว่าพั่งจื่อเป็นอย่างไร ตอนเพิ่งเลี้ยง มันยังถ่ายเหมือนกบผานอวิ๋นธรรมดา หลังจากแช่น้ำแกงยาวิญญาณไปไม่กี่เดือน ก็เริ่มถ่ายเป็นทราย ในมุมเรือนมีกองสุมเป็นภูเขานานแล้ว โชคดีที่ไม่เหม็น ไม่เช่นนั้นนางต้องตายแน่
ชายชราพอฟัง ดวงตาก็มีประกายวาบผ่าน รีบเอ่ยว่า “ทรายก็ดี ใช้