องโถงด้านหน้า จึงยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าจะเสแสร้งไปถึงเมื่อใด ข้าส่งเจ้าแค่ที่นี่นะ คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะหัวไว คิดวิธีทรมานสังขารตนเองมาไล่คนได้”
“เอ่อ…ข้าได้รับบาดเจ็บกระอักเลือดจริงๆ ไม่ได้ทำให้ตนเองบาดเจ็บ” จินเฟยเหยาขัดเขินเล็กน้อย คนผู้นี้เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้นะ มีอะไรก็พูดออกมา ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด
อี้จือตบบ่าของนางอย่างมีประสบการณ์ “ไม่เป็นไร อาจารย์ของข้าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้หรอก นางรำคาญเจ้าเฒ่าของสำนักหลิงคงกลุ่มนั้นแทบตายแล้ว แล่นมาสำนักเราทั้งวันอย่างไม่รังเกียจว่าเหน็ดเหนื่อย ไม่รู้ว่าคิดจะอาศัยเรื่องนี้เข้ามาตีสนิทกับพวกเราหรือคิดจะหาข้ออ้างฆ่าล้างสำนัก วันนี้พอดีหน้าแหก ต่อไปไม่ต้องให้พวกเขาเข้าสำนักมา”
“ขอบคุณมาก รบกวนช่วยขอบคุณผู้อาวุโสด้วย เรื่องในวันนี้ต้องพึ่งพานางจริงๆ กลับไปข้าก็ต้องปิดด่านกักตน ไม่ออกจากสำนักชั่วคราว”
“รู้แล้ว เจ้าไปเถอะ ข้ายังต้องกลับไปดูละครอีก” เอ่ยจบ อี้จือก็หมุนตัวจากไป
จินเฟยเหยาเดินมาถึงบนถนนใหญ่ ระบายลมหายใจอันขุ่นมัวออกมาอย่างหวาดผวาไม่หาย อยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดเฒ่าขั้นหลอมรวมเหล่านี้ รู้สึกไม่สบายใจจริงๆ ไม่รู้ว่าคนที่ชื่อหลี่ว์เหนียงเนียงเป็นผู้ใดในสำนักเฉวียนเซียน ท่าทางมีตำแหน่งไม่ต่ำต้อย พละกำลังก็แข็งแกร่งจนน่ากลัว
จินเฟยเหยากุมทรวงอก กลับไปถึงสำนักเฉวียนเซียนช้ามาก ไปเรือนสิบห้าเพื่อเยี่ยมหลิ่วฉี่ปอก่อน นางนอนอยู่