วบาดนัยน์ตาสายหนึ่ง
“ว้าว อาวุธเวทบินได้ที่ร้ายกาจยิ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานช่างน่าอิจฉายิ่งนัก เมื่อใดข้าจะขี่อาวุธเวทบินแบบนี้ได้ ทำให้คนอิจฉาแทบตายแล้ว” จินเฟยเหยาอยู่ในพุ่มไม้ที่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกลนัก มือถือเนื้อย่างน้ำมันหยดติ๋งๆ ชิ้นหนึ่ง กินไปพลางมองไป๋เจี่ยนจู่บินไป ทอดถอนใจอย่างอิจฉา
นางเห็นเพียงแสงไฟสีเขียวดวงหนึ่งและเงาร่างคนเลือนราง คิดไม่ถึงว่าคนที่เห็นก็คือซากศพที่ถูกตนเองปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเมื่อครู่
นับว่านางดวงแข็ง เพิ่งเดินออกมาไม่นาน ก็พบว่าท้องหิวจนร้องจ๊อกๆ ทั้งยังตาลาย มีความคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะบังเอิญถูกหอซวีชิงค้นพบ นางจึงฆ่าหมูดินที่ผ่านทางมาตัวหนึ่งตรงนั้น หลังจากใช้เวทอัคคีจุดกองไฟ พลังวิญญาณของนางก็แห้งเหือดจนหมด
ตอนนั่งอยู่ข้างกองไฟรอให้หมูย่างสุก นางเริ่มตรวจสอบสภาพภายในร่างกาย จริงเสียด้วย นางใช้พลังวิญญาณในร่างทั้งหมดจนเกลี้ยง เวทอัคคีที่ใช้เมื่อครู่ ดวงไฟมีขนาดแค่ผลหลี่ ตอนนี้ขนาดกระเป๋าเก็บของนางก็ยังไม่มีปัญญาเปิดดู ความรู้สึกปราศจากพลังวิญญาณเช่นนี้ ช่างว่างเปล่าเป็นพิเศษจริงๆ
ตอนการรับรู้ของไป๋เจี่ยนจู๋กวาดผ่านบนร่างนาง เพราะว่านางไม่มีพลังวิญญาณสักนิด ในสำนึกของไป๋เจี่ยนจู๋ก็เท่ากับสัตว์จำพวกม้าหรือหมู จึงถูกเขามองข้ามไป บวกกับจินเฟยเหยากินอย่างร่าเริง ลืมเติมฟืนใส่กองไฟ ไฟจึงดับไปนานแล้ว ดังนั้นจึงทำให้ไป๋เจี่ยนจู๋ไม่พบว่านางอย