เฉียนเฟิงชี้เขา เขาก็ร้องตะโกนสุดเสียงราวกับกินยาชูกำลัง “ผู้อาวุโส ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะมอบสิ่งของที่อยู่ในตัวให้ท่านทั้งหมด ข้าถูกพิษศพ เนื้อทั่วร่างเหม็นโฉ่ ต้องส่งผลกระทบต่อแผนการของท่านแน่ พวกเขาไม่ได้ถูกพิษ ร่างกายแข็งแรงทั้งยังกำยำ ท่านเลือกพวกเขาเถอะ!”
ทุกคนมองเขาอย่างมีโทสะ ความประพฤติของคนผู้นี้ไม่มีเมตตากรุณาเกินไป มีคนเอ่ยขึ้นอย่างเสียใจ “เจ้าหมอนี่ ตอนนี้เป็นเวลารักตัวกลัวตายหรือ? นำปณิธานในการฝึกบำเพ็ญของเจ้าออกมา แล้วจากไปอย่างกล้าหาญสิ”
“ข้าไม่ไป ข้าไม่ไป อย่ามาจับข้า” เขาพลิกตัว คลานออกนอกวงเวทอย่างยากลำบาก
“อย่าก่อเรื่อง มานี่” ศิษย์น้องซุนที่ร่างอ้วนเตี้ยก้าวยาวๆ ไปหา คว้าคอเสื้อของเขาขึ้น แล้วลากไปหาเฉียนเฟิง
เขาถูกลากมาถึงเบื้องหน้าเฉียนเฟิง ศิษย์น้องซุนคิดจะดึงเขาขึ้นมา ทว่าขาสองข้างของเขาอ่อนแรงจนกลายเป็นดินโคลนก้อนหนึ่งยืนไม่ไหว ได้แต่หิ้วร่างของเขาขึ้นแขวนไว้เหมือนเนื้อหมักเกลือชิ้นหนึ่ง
เฉียนเฟิงท่องคาถาอีกครั้ง รอบศพมารเริ่มปรากฏหมอกควันสีดำ หมอกควันมารวมตัวอยู่ด้านหลังของเขา กลายเป็นมือสีดำสองข้าง
“เปิด!”
เฉียนเฟิงก้มหน้าตะโกน ศพมารพลันลืมตาขึ้น เผยให้เห็นเบ้าตาอันกลวงโบ๋ไร้สิ่งใดด้านใน
ร่างศพมารขยับ มองซ้ายมองขวาอย่างงงงวย อาจเป็นเพราะพบว่าในดวงตาดำมืด ตนเองมองอะไรไม่เห็น เขาพลันดิ้นรนอย่างรุนแรง โบกมือและเท้าวุ่นวายทั้งยังอ้าปากคำราม
“รีบโยนคนเข้ามา” เฉ