ียนเฟิงควบคุมศพมารอย่างกินแรง เอ่ยเร่งเร้าทันที
ศิษย์น้องซุนใช้เวทควบคุมวัตถุหิ้วคนขึ้นมาส่งให้ถึงเบื้องหน้าศพมาร ผู้บำเพ็ญเซียนคนนั้นดิ้นรนอย่างตื่นตระหนก กลับต่อต้านอานุภาพของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานไม่ได้ เข้าไปใกล้ศพมารมากขึ้นทุกที
จินเฟยเหยากลั้นลมหายใจเหมือนกับคนอื่นๆ จ้องมองศพมารตาไม่กระพริบ สำหรับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น นางทั้งสงสัยทั้งหวาดกลัว แต่ความสงสัยเป็นฝ่ายเหนือกว่า
ผู้บำเพ็ญเซียนคนนั้นหยุดอยู่เบื้องหน้าศพมาร ห่างจากมือข้างหนึ่งที่โบกวุ่นวายเพียงนิ้วเดียว เห็นมือของเฉียนเฟิงโบกคราหนึ่ง มือหมอกสีดำด้านหลังศพมารพลันยื่นออกมาบีบคอของเขา
ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้ตาเบิกถลน อ้าปากกว้างทว่ากลับไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้ ร่างของเขาเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วตามเสียงร่ายคาถาอย่างต่อเนื่องของเฉียนเฟิง สุดท้ายเหลือเพียงผิวหนังที่แห้งเหี่ยวปราศจากน้ำแนบติดบนกระดูก
ศพมารสงบนิ่งลงตามการตายของผู้บำเพ็ญเซียน ราวกับเสพสุขขั้นตอนนี้ จากนั้นในปากที่อ้ากว้างของผู้บำเพ็ญเซียนปรากฏดวงแสงเล็กๆ สีเหลืองอ่อน ดวงแสงเล็กๆ ลอยออกมากำลังคิดจะหนีก็ถูกมือหมอกสีดำคว้าจับไว้ในมือ จากนั้นป้อนเข้าปากศพมาร
“จิตวิญญาณดั้งเดิมหนีไม่รอด ร่างก็ถูกดูดจนแห้งหมด” ที่แท้เป็นแบบนี้เอง ทุกคนถูกเฉียนเฟิงใช้การเด็ดบัวเซียนอัคคีเรียกมาเพื่อซ่อมแซมร่างของศพมาร จินเฟยเหยาพยักหน้าอย่างตระหนัก ทอดถอนใจว่าเหตุใดตนเองจึงมักจะ