นบุตรชายของผู้อาวุโสแห่งสำนักหลิงคง พวกเจ้าฆ่าข้าไม่ได้ ท่านพ่อของข้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวม บนตัวข้ามีอาคมต้องห้ามที่เขาลงไว้ ถ้าฆ่าข้าพวกเจ้าก็จะถูกฝังรอยประทับ จะถูกสำนักหลิงคงของข้าตามล่าสังหารจนตาย”
คำพูดนี้เหตุใดจึงคุ้นหูนัก? จินเฟยเหยานอนฟังอยู่บนพื้น รู้สึกเหมือนเคยได้ยินคำพูดคล้ายๆ กันจากที่ไหนสักแห่ง ย้อนนึกดูอย่างละเอียด นี่เป็นคำพูดอี่ซานในตอนนั้นมิใช่หรือ คิดไม่ถึงว่าจะพูดได้ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ท่าทางผู้อาวุโสและเจ้าสำนักเหล่านี้คงมีญาณทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า รู้ว่าลูกของตนเองต้องถูกคนตามสังหารแน่ ดังนั้นจึงลงมือก่อน
นางดิ้นรนลุกขึ้นนั่ง ไม่รู้สึกว่าคนของสำนักมารเหล่านั้นจะปล่อยเขาไปเพราะสาเหตุนี้ นอกจากจินเฟยเหยาที่ถูกเชือกสีดำมัดไว้คนเดียว คนอื่นๆ เพียงแค่ถูกธงเกี่ยววิญญาณกักขังไว้ ตอนนี้ทุกคนล้วนอาศัยบารมีของผู้บำเพ็ญเซียนโคลนเหลืองปฏิบัติการให้ได้รับอิสระ มีเพียงนางที่ยังถูกมัดจนเหมือนขนมจ้าง
พวกเฉียนเฟิงสามคนพลันหัวเราะเสียงดัง “คุณชายน้อยท่านนี้ เจ้าไม่อยู่ในสำนัก แล่นมาร่วมความครึกครื้นที่นี่ทำไม”
“ข้าออกมาหาประสบการณ์ไม่ได้หรือ? ข้าพูดชัดเจนมากแล้ว พวกเจ้ารีบเปิดวงเวทให้ข้าออกไป” เขาไม่รู้ว่าพวกเฉียนเฟิงกำลังหัวเราะอะไร บังคับให้ตนเองยืนนิ่งๆ เอ่ยถามเสียงดัง
“ท่าทางเจ้าจะมีความเป็นมาไม่เบา เรื่องปล่อยเจ้าสามารถหารือกันได้ เพียงแต่…” เฉียนเฟิงหยุดยิ้ม มองคุณ