ยเหยาแนบติดอยู่บนกำแพงถูกต่อยตีจนเป็นร่องขนาดใหญ่รูปคน นางถูกทุบตีจนขยับเขยื้อนไม่ได้อยู่ในร่อง ผู้บำเพ็ญเซียนอ้วนเตี้ยถือเชือกสีดำในมือขึ้น มัดนางไว้อย่างแน่นหนาแล้วหิ้วกลับไป
จินเฟยเหยามองหลิ่วฉี่ปอที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม หนีไปแล้วถูกจับตัวกลับมาเหมือนกัน เหตุใดตนเองจึงถูกทุบตีจนเป็นหัวสุกร ทั้งยังถูกมัดเชือกอย่างแน่นหนาอีก ส่วนหลิ่วฉี่ปอขนาดเชือกยังไม่ถูกมัด นอกจากบนร่างมีคราบเลือดนิดหน่อย ก็นั่งยิ้มอย่างขมขื่นอยู่ด้านข้างอย่างงดงาม
ผู้บำเพ็ญเซียนที่จับตัวหลิ่วฉี่ปอกลับมาเดินเข้ามาใกล้เฉียนเฟิง เอ่ยอะไรบางอย่างเสียงเบา เฉียนเฟิงขมวดคิ้วนิดๆ ส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชาเอ่ยว่า “ได้รับบาดเจ็บหนีไปแล้ว? ฮึ ต่อให้สามารถออกไปอย่างมีชีวิตได้ ตอนเขาแจ้งตำหนักลั่วเซียน พวกเราก็ไปนานแล้ว”
“สหายเซียนติงหนีไปแล้ว?” จินเฟยเหยาเอ่ยถามเบาๆ
“อืม” หลิ่วฉี่ปอมีสีหน้าไม่ค่อยดี พยักหน้าเบาๆ “วันนี้เกรงว่าคงโชคร้ายมากกว่าดี สหายเซียนจิน ครั้งนี้เรียกเจ้ามา ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
“ตอนนี้พูดเรื่องเหล่านี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ คิดหาวิธีดีกว่า ดูว่าจะหนีออกไปได้หรือไม่” จินเฟยเหยาเพิ่งเอ่ยจบ ก็เห็นพวกเฉียนเฟิงเคลื่อนไหว
“ศิษย์น้อง เริ่มเถอะ” เมื่อแน่ใจว่าทุกคนสูญเสียความสามารถในการต่อต้าน พวกเฉียนเฟิงสามคนก็ล้อมรอบบัวเซียนอัคคี ร่ายเวทมนตร์เสียงเบา ครู่หนึ่งให้หลัง พวกเขาสามคนหยิบก้อนหิ