ยู่บนร่าง นางก้มเอวคลำหาหินเล็กๆ ก้อนหนึ่งในโคลนบนพื้น จากนั้นเล็งตรงด้านล่างหางม้าแล้วดีดไป นางมีพละกำลังไม่เบา ก้อนหินเล็กๆ พุ่งเข้าไปในก้นม้าดุจลูกธนู
“ฮี้!”
ม้าท่าชิงหลิงส่งเสียงร้องฮี้ยาวนาน สะบัดกีบสี่ข้าง ดึงดันออกจากโคลนเป็นเส้นทางสายหนึ่ง พาเจ้านายควบตะบึงไปอย่างบ้าคลั่ง
จินเฟยเหยาปัดๆ มือ แสยะยิ้มให้กับคนทั้งสามที่มองนางอย่างตกตะลึง นางรวมพลังวิญญาณไว้ที่เท้ากั้นโคลนเอาไว้และปูพลังวิญญาณใต้เท้า เหมือนคนธรรมดาที่กำลังขุดหอยโคลนเหลืองเหล่านั้นที่บนเท้าของแต่ละคนเหยียบแผ่นกระดาน ป้องกันไม่ให้ถูกขังอยู่ในโคลน ยามต้องเคลื่อนไหว ในมือแต่ละคนถือท่อนไม้ท่อนหนึ่งก็สามารถไถลตัวบนโคลนได้
นางใส่พลังวิญญาณไว้ใต้เท้า หยิบยืมพลังวิญญาณลอยตัวอยู่บนโคลน จากนั้นนางก็เหยียบย่างด้วยพลังทั้งหมด คนก็หยิบยืมพลังลื่นไถลออกไป คนทั้งสามเห็นภาพเช่นนี้ก็เลียนแบบนาง ไล่ตามพวกเฉียนเฟิงไปแบบหนึ่งหน้าหนึ่งหลัง
“ถอยไป อย่าขวางทาง” จินเฟยเหยาซัดฝ่ามือใส่ปูโคลนยักษ์ที่พุ่งออกมาจากโคลนอย่างกะทันหัน ปูโดนหัตถ์ไฟนรกไปหนึ่งฝ่ามือก็ล้มลงบนพื้น ถูกไฟนรกเผาไหม้จนเกลี้ยงในพริบตา ส่วนนางไถลบนโคลนไปถึงด้านหลังหาดโคลนเหลืองนานแล้ว สามารถมองเห็นเทือกเขาที่ทอดยาวไกลลิบได้ลางๆ
ตลอดทางจินเฟยเหยากำจัดสัตว์ปิศาจที่คิดจะกินนางซึ่งพุ่งออกมาจากในโคลนไปจำนวนไม่น้อย มองดูสัตว์ปิศาจเหล่านั้นถูกไฟเผาจนไม่เหลือซาก นางก็กังวลอยูบ้า