ย่าจากไปเพราะสำนักหลิงคงย้ายมาอยู่ที่นี่อีกล่ะ ท่านปู่ก็วางแผนว่าจะย้ายคนในตระกูลส่วนหนึ่งมาอยู่ที่นี่ก่อน ดังนั้นลูกพี่ลูกน้องจึงติดตามพวกเรามาด้วย พวกเขาก็อยากพบท่านมากเช่นกัน”
ใช้ท่านปู่มาขู่ข้าหรือ? จินเฟยเหยายิ้ม เฟยเหวินคนนี้ตั้งแต่เล็กก็เป็นเช่นนี้ ดูแล้วสุภาพมีมารยาททว่าเบื้องหลังกลับชั่วร้าย คนที่ร้ายกาจที่สุดในตระกูลคือชายชราขั้นฝึกปราณช่วงปลายคนหนึ่ง บรรดาท่านลุงท่านอาเหล่านั้นมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณ ยังคิดจะจับนางในเมืองลั่วเซียน ดูถูกกันเกินไปแล้ว “พวกจินเฟยอวี่และจินเฟยหวาล่ะ? ตอนนี้ยังฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาไหมหยกอยู่ในตระกูลหรือไม่?” นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างกะทันหัน เอ่ยถามเรื่องอื่น
คนทั้งสองได้ยินนางเอ่ยถาม สีหน้าของจินเฟยเยี่ยนพลันแดงก่ำราวกับอับอาย ทว่าจินเฟยเหวินกลับยิ้ม เอ่ยอย่างสุภาพดังเดิม “พี่คิดถึงพี่สาวคนอื่นๆ สินะ ชาติที่แล้วพวกนางทำบุญมาดี ได้รับความโปรดปราณจากผู้อาวุโสขั้นสร้างฐานของสำนักหลิงคง ตอนนี้เข้าสู่สำนักหลิงคงแล้ว ว่าไปแล้วถ้าพี่สาวอยู่ ก็น่าจะได้รับความโปรดปราณจากผู้อาวุโสเช่นกัน ความเป็นอยู่ในตอนนี้จะต้องดีมากแน่นอน”
จินเฟยเหยาพยักหน้า เอ่ยอย่างเห็นด้วย “ใช่ ต้องลำบากท่านปู่แล้ว ให้พวกนางฝึกเคล็ดวิชาเตาหลอมมนุษย์อย่างยากลำบากมานานหลายปี ถ้าไม่ส่งไปประจบผู้อาวุโสของสำนักหลิงคง พวกเจ้าสองคนเข้าสำนักมานานขนาดนี้ คนหนึ่งเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเซียนขั