มาคมกับเขาสักคน
อู๋เฮ่าคงยิ้มบางๆ มองดูเขา “เช่นนั้นสหายเซียนซานคิดจะเอาอย่างไร นี่เป็นกฎเกณฑ์ของสำนักเฉวียนเซียน หากเจ้าไม่ยินยอม สามารถสมัครเข้าประลองคัดเลือกเป็นหัวหน้าได้ตอนเดือนสิบสอง พลังการบำเพ็ญเพียรของสหายเซียนซานถึงขั้นฝึกปราณช่วงปลายแล้ว ย่อมมีคุณสมบัตินี้ ถึงตอนนั้นข้าจะรอเจ้าแน่นอน”
จากนั้นเขาก็เลื่อนสายตามายังร่างผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงปลายอีกคน “สหายเซียนมู่ ถ้าเจ้าอยากเป็นหัวหน้าด้วย ก็มาได้นะ”
มู่ชิง บุรุษชุดดำ หล่อเหลา สง่างาม และสูงส่ง บุรุษที่หล่อเหล่าและมีระดับที่สุดในเรือนสี่สิบสี่ ไม่ถูกสิ น่าจะเป็นบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดในสำนักเฉวียนเซียน หาบุรุษที่มีบุคลิกเช่นเขาได้ไม่มาก ตั้งแต่จินเฟยเหยาเห็นเขาครั้งแรกก็คิดเช่นนี้มาตลอด หากให้บรรดานางปิศาจเฒ่าขั้นหลอมรวมและขั้นกำเนิดใหม่เห็นเขา พวกนางจะแย่งชิงกลับไปโดยไม่สนใจอะไรหรือไม่
“ไม่สนใจ” มู่ชิงเอ่ยตอบอย่างเย็นชา หันกายกลับเข้าห้อง
ซานเชียนจื่อพูดมาประโยคหนึ่ง “เสแสร้ง” แล้วออกจากเรือนไป
พอเห็นไม่มีเรื่องสนุกให้ดู ทุกคนต่างแยกย้าย ควรจะไปทำอะไรก็ไปทำสิ่งนั้น
จินเฟยเหยากลับเข้าเรือน ตรวจสอบไข่แมวบินได้ พบว่าทุกอย่างเป็นปกติก็คิดจะไปอาบน้ำพักผ่อน จึงกลับมาที่ห้องข้าง ยันต์สื่อสารที่หวาซีให้มาเปล่งแสง ไม่ช้าไม่เร็วมาได้จังหวะเหมาะพอดี
เปิดยันต์สื่อสารออก หวาซีนัดพบนางที่ร้านน้ำชาครั้งก่อน เวลาเช้าวันพรุ่งนี้ จิน