หลี่เอ้อร์เกินยิ้มอย่างซื่อๆ “ข้าเคยได้ยินคนบอกว่า ในทะเลมีเต่าผลักคลื่นชนิดหนึ่ง มีตานสัตว์ปิศาจขนาดใหญ่เท่าชามอ่าง สามารถใช้เลื่อนขั้นพลังบำเพ็ญเพียรได้ไม่น้อย สหายเซียนจิน เจ้าไปล่าเต่าผลักคลื่นสักตัวดีกว่า เช่นนี้จะได้ตานสัตว์ปิศาจขนาดใหญ่”
“สหายเซียนหลี่…”
“สหายเซียนจินมีเรื่องใด?”
มองใบหน้าซื่อๆ และท่าทางจริงใจของเขา จินเฟยเหยาสูดลมหายใจลึกและเอ่ยว่า “สหายเซียนหลี่ เต่าผลักคลื่นเป็นสัตว์ปิศาจขั้นเจ็ด ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมพบเจอมันก็กลายเป็นอาหารว่าง ต่อให้ตานสัตว์ปิศาจของมันมีขนาดใหญ่เท่าบ้าน ข้าก็ไม่มีความสามารถจะไปจับมัน ให้สหายเซียนหลี่ทดลองดูดีกว่า”
“อืม ต่อไปถ้าข้าเก่งกาจ จะต้องช่วยสหายเซียนจินเรื่องนี้แน่นอน” หลี่เอ้อร์เกินพยักหน้า รับปากด้วยสีหน้าจริงจัง
จินเฟยเหยาได้แต่ขอบคุณเขาอย่างฝืนใจ ยามนี้นางด่าทอตนเองในใจ ทำไมต้องสนทนากับหลี่เอ้อร์เกินด้วย ถ้าเจ้าหมอนี่ได้ข่าวของเต่าผลักคลื่น จะลากตนเองไปหาที่ตายจริงๆ หรือไม่
ส่วนหลี่เอ้อร์เกินกลับปีติยินดี สามารถช่วยคนอื่นได้เขาก็รู้สึกเบิกบาน คนเราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทว่าจินเฟยเหยารู้จากเวิงเหล่านานแล้ว หลายปีก่อนในเรือนสี่สิบสี่ยังมีสิบสามคน ในการทำภารกิจครั้งหนึ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บหนัก หลี่เอ้อร์เกินผู้มีจิตใจเร่าร้อนคนนี้ พันแผลให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนนั้นแล้ววางเขาไว้ในสถานที่ปลอดภัยแล้วกลับมาที่กลุ่