อกเงินเจ้าหรอก หากฐานะของข้าเปิดเผย สำนักชิงโซ่วต้องรู้ว่าเจ้าพูดโกหกแน่นอนและจะมาหาเรื่องเจ้า ตอนนี้เรียกได้ว่าพวกเราเป็นสหายสนิท เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตาย” หวาซีรีบอธิบาย
“ผู้ใดเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้า สัตว์ปิศาจกินคนตัวนั้นไม่ใช่ของข้าเสียหน่อย เพื่อให้ได้รางวัลที่ข้าสมควรได้รับ ข้าจึงกลายเป็นคนที่ลงเรือลำเดียวกับเจ้า นี่มันสภาพสังคมอะไรกัน” จินเฟยเหยาทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ “เช่นนั้นเจ้าว่ามา เพราะเหตุใดจึงได้ศิลาวิญญาณแค่นี้”
หวาซีวางถ้วยชาลง เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าอยู่ในสำนักชิงโซ่วตั้งแต่เล็กจนโต ตอนมีสัตว์ภูติตัวแรกเพิ่งอายุได้สี่ขวบ ขอเพียงเป็นสัตว์ภูติที่ยอมรับเจ้านายแล้ว ก็จะเริ่มมีสติปัญญา ข้าอยู่กับสัตว์ภูติมาตั้งแต่เล็กจนโต จะหักใจฆ่าสัตว์ภูติไปแลกเงินได้อย่างไร”
“พูดเสียน่าฟัง ตอนเจ้าฆ่าศิษย์น้องซึ่งเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็ก ก็ทำอย่างรวบรัดชัดเจนอย่างยิ่งมิใช่หรือ? หรือว่านางยังสู้สัตว์ภูติไม่กี่ตัวไม่ได้?” จินเฟยเหยาไม่เชื่อคำพูดผีสางของเขาจึงเอ่ยเสียดสี
ไหนเลยจะรู้ คิดไม่ถึงว่าหวาซีจะตอบอย่างจริงจัง “ใช่ นางเป็นเพียงอาหารของสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณเท่านั้น จะนำมาเปรียบเทียบกับสัตว์ภูติที่น่ารักและเฉลียวฉลาดได้อย่างไร”