ภายในตำหนักใหญ่มีเสียงฮือฮา ดวงตาของเจ้าสำนักแดงก่ำ ขอเพียงสยบเจ้าของได้ ก็จะสามารถหาตัวสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณที่หนีไปกลับมาได้อย่างง่ายดาย
ทว่ายังไม่ทันรอให้เจ้าสำนักลงมือ ควันสีดำบนร่างของหวาซีก็หายไป ทุกคนตกตะลึง ส่วนหวาซีในยามนี้มองเจ้าสำนักอย่างตกตะลึงด้วยสีหน้างุนงง
หลี่กวงจี้มองเจ้าสำนักอย่างไม่เข้าใจอยู่บ้าง “อาจารย์อา นี่มันเรื่องอะไรกัน”
“มีควันสีดำ แล้วควันสีดำก็หายวับไป แสดงว่าเคยสัมผัสสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ ทว่าไม่ใช่เจ้าของ เพียงแค่ติดไอวิญญาณมาบ้าง” เจ้าสำนักอธิบายอย่างผิดหวัง
จริงเสียด้วย บนร่างของศิษย์หลายคนที่ถูกควันดำทำให้สลบตอนสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณหนีไปก็มีควันดำพุ่งขึ้นมา เพียงแค่ครู่เดียวก็หายไป ส่วนเจ้าสำนักฝากความหวังทั้งหมดไว้บนร่างของจินเฟยเหยา แต่น่าเสียดาย ของวิเศษส่องร่างจินเฟยเหยา ขนาดควันดำก็ไม่มีพุ่งขึ้นมาเลยสักนิด
ก่อนหน้านี้ตอนจินเฟยเหยาเล่าเรื่องก็เคยบอกไว้ ว่าตนเองไม่ได้เข้าใกล้และสัมผัสสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ หวาซีเป็นคนสู้กับสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ ตนเองเพียงแต่ขับเคลื่อนยันต์ยา ดังนั้นบนร่างย่อมไม่มีควันดำ ถ้ามีก็ย่ำแย่แล้ว
ในเมื่อศิษย์สำนักตนเองไม่ได้เลี้ยงสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ ก็มิอาจให้มันหนีไปได้ เจ้าสำนักให้หลี่กวงจี้นำศิษย์แปดร้อยคนไปภูเขาซวงถ่าค้นหาสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณตัวนั้นทันที ทั้งยังแอบสั่งการเป็นพิเศษให้เขานำศิษย์สตรีไปด้วย ให้ในศิษย์แ