ทุกคนใช้กิ่งไม้ทำแคร่หามอย่างง่ายๆ คันหนึ่ง ยกจินเฟยเหยาขึ้นไป เกรงว่านางจะขาดใจกลางทาง จึงให้นางกินยางอกเนื้อระดับสองหนึ่งเม็ด แล้วรีบหามไปสำนักชิงโซ่ว
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความสงสัย ตลอดทางหวาซีไม่ได้ติดต่อกับจินเฟยเหยาเป็นพิเศษ ขณะเร่งเดินทางก็อยู่ห่างจากนาง จินเฟยเหยาก็ไม่กังวล อาศัยเรื่องที่ตนเองอธิบายเมื่อครู่ หวาซีน่าจะจัดการได้ ถ้ามีอะไรไม่เหมือนกัน ก็บอกว่าตอนนั้นสถานการณ์สับสน บวกกับตนเองหวาดกลัวจึงจำได้ไม่ชัดเจน
นอนอยู่บนแคร่หามอย่างสบายอกสบายใจ ใช้วงเวทส่งตัวกลับมาถึงเมืองลั่วเซียนก่อน จากนั้นส่งตัวไปนอกสำนักชิงโซ่ว นางก็มาถึงสำนักชิงโซ่วราวกับเหินบิน
สำนักชิงโซ่วตั้งอยู่บนภูเขาเซียนซู่ทางตะวันออกของเมืองลั่วเซียน ภูเขาทั้งหมดมีสามสิบสองยอดเขา แต่ละยอดเขาล้วนถูกตำหนักลั่วเซียนเช่า แต่ละยอดเขามีหนึ่งสำนัก ทั้งสามสิบสองสำนักตั้งอยู่บนภูเขาลูกเดียวกัน
ส่วนสำนักชิงโซ่วอยู่ในยอดเขาฉู่ถาน จากวงเวทส่งตัวที่เชิงเขามาถึงยอดเขาฉู่ถานที่สำนักชิงโซ่วตั้งอยู่ คิดไม่ถึงว่าต้องเดินสองชั่วยามกว่าเต็มๆ เดิมทีเพื่อเร่งความเร็วจินเฟยเหยาจึงถูกพยุงลงจากแคร่หาม นั่งเบียดอยู่กับศิษย์คนหนึ่งบนสัตว์พาหนะ โคลงเคลงจนกระดูกที่หักของนางแทบจะเคลื่อน
ภายใต้การร้องคำรามด้วยโทสะของนาง ทุกคนได้แต่ล้มเลิกการใช้สัตว์ภูติพานางกลับไป ทว่าสัตว์ภูติบินได้ก็บรรทุกคนสองคนไม่ไหว หากไม่มีเจ้านายควบคุมสัตว์ภ