หยาก็รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง สำนักเล็กๆ ก็คือสำนักเล็กๆ อยู่ดี เวลานี้สมควรให้ศิษย์ผู้สืบทอดทางด้านข้างออกมาพูดมิใช่หรือ จึงจะมีศักดิ์ฐานะ
“ท่านเจ้าสำนัก เรื่องในครั้งนี้มีความสำคัญใหญ่หลวง พวกเราไม่ทันขอคำแนะนำจากอาจารย์ ได้แต่มาหาท่านโดยตรง” เซียวซ่าคุกเข่าลง บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องทางด้านหลังก็คุกเข่าลงพร้อมกัน ทำให้เจ้าสำนักมองอย่างตกตะลึง
“เรื่องอะไรกันแน่ ว่ามา” น้ำเสียงของเขาห้าวลึก ยังมีมาดอยู่บ้าง
“ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องอี่ซานเกิดเรื่องแล้ว”
“อี่ซาน? ยายหนูนั่นทำอะไรอีกล่ะ?” เจ้าสำนักไม่พอใจอยู่บ้าง สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนที่มีบุตรธิดาสามสิบกว่าคน บุตรคนโตสุดอายุเกือบสองร้อยกว่าปีแล้ว บุตรีที่คุณสมบัติไม่ดีเช่นอี่ซาน ยามปกติไม่ค่อยเป็นที่โปรดปราน เขาไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด
ตอนนี้คิดไม่ถึงว่าจะเรียกเขามาโดยเฉพาะเพื่อเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เหตุใดศิษย์เหล่านี้จึงไม่มีสายตาเลยสักนิด จะเกิดเรื่องอะไรได้ ก็แค่รังแกศิษย์น้องอีกมิใช่หรือ หรือแย่งชิงสัตว์ภูติแย่ๆ ของผู้ใดอีก น่ารำคาญจริงๆ
“ท่านเจ้าสำนัก ศิษย์น้องอี่ซานพบสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณตัวหนึ่ง ตอนนี้เหลือเพียงแค่นี้” เซียวซ่าส่งมอบกล่องหยกที่ปกติบรรจุหญ้าวิญญาณจำนวนมากให้อย่างเคารพ จากนั้นก็ก้มหน้าไม่เอ่ยวาจา
“อะไรนะ สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ พบที่ไหน” เจ้าสำนักยืนขึ้นทันที พอรู้สึกว่าตนเองเสียกิริยาก็รีบนั่งลงอีกครั้ง ขมวดคิ้วเอ่ยเสียงเข้