ในตำหนักใหญ่ บอกให้พวกเขาเข้าไปได้
จินเฟยเหยาคิดอย่างชั่วร้ายว่า เจ้าหมอนี่วางอำนาจสูงส่งจนพอใจแล้วจึงได้เรียกพวกเขาเข้าพบ อีกสักครู่ถ้ารู้ว่าบุตรสาวของตนเองถูกสัตว์ปิศาจกินจนศีรษะเหลือเพียงครึ่งเดียว ไม่รู้ว่าจะมีสีหน้าอย่างไร
พอได้รับคำสั่ง ทุกคนก็หามจินเฟยเหยาเข้าไปในตำหนักใหญ่
ภายในตำหนักกว้างขวางผิดปกติ ปูด้วยแผ่นไม้แข็งแกร่ง เสาทาสีแดงหยาบหนาหลายสิบเสาตั้งอยู่ในตำหนักค้ำหลังคาสูง ด้านในสุดมีกำแพงรูปมังกรขนาดยักษ์ที่สลักด้วยไม้วิญญาณ มังกรยักษ์ด้านบนเหมือนจริงราวกับมีชีวิต อลังการอย่างยิ่ง ส่วนด้านล่างกำแพงรูปมังกรคือเตียงที่สลักร้อยสรรพสัตว์หลังหนึ่ง ปูด้วยเบาะสีสันสดใส ไม่ว่าเป็นกำแพงมังกร เตียงร้อยสรรพสัตว์ หรือเบาะอันงดงาม ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ เห็นได้ชัดว่าทำจากวัสดุชั้นยอด
คนผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงร้อยสรรพสัตว์ ดูไปแล้วมีอายุเพียงสี่สิบกว่าปี เรือนร่างสูงใหญ่ ใบหน้าไว้หนวดเครา สวมชุดหรูหราปักลายมังกรเขียว แม้ไม่มีโทสะก็ยังน่าเกรงขาม เห็นได้ชัดว่าเผด็จการอย่างยิ่ง ข้างเตียงมังกรเขียวยังมีศิษย์ผู้สืบทอดสี่คน ยืนอยู่สองฟากอย่างสง่างาม
“ศิษย์เซียวซ่า น้อมพบท่านเจ้าสำนัก” เซียวซ่าพาศิษย์ทุกคนคารวะเจ้าสำนัก จากนั้นก็ก้มหน้ารอให้เจ้าสำนักเอ่ยถาม
“พวกเจ้าเกิดเรื่องเหตุใดไม่ไปหาอาจารย์ของพวกเจ้า ทำไมต้องแล่นมาหาข้าที่นี่ รู้กฎระเบียบหรือไม่” พอเขาเอ่ยปาก จินเฟยเ