มซุบซิบกัน
จินเฟยเหยาไม่ได้นอนอยู่บนแคร่อย่างสบายอกสบายใจมากนัก ค้นหาอยู่นานก็ไม่พบมังกรเกล็ดเขียวสัตว์เทพของสำนัก นางยังนึกว่ามังกรเกล็ดเขียวน่าจะอาศัยอยู่ในน้ำ ดังนั้นคงจะอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ ไหนเลยจะรู้ว่าพบเห็นสัตว์ภูตินานาชนิดมากมาย กลับไม่พบร่างของมังกรเกล็ดเขียว
ข้างบันไดศิลากลับมีสัตว์สะท้านฟ้าขั้นหกสูงสิบกว่าจั้งกินจนตัวพ่วงพีกำลังปิดตางีบหลับ ตอนพวกเขาผ่านข้างตัวของมันไป แม้แต่หนังตามันยังไม่ลืมขึ้นมา
ไม่เห็นมังกรเกล็ดเขียว แต่ได้เห็นสัตว์สะท้านฟ้าก็ไม่เลว เห็นขนสีเหลืองเปล่งประกายสีทองระยิบระยับ จินเฟยเหยาก็นึกถึงเรื่องเล่าขานต่อๆ กันมา บอกว่าขนสีทองของสัตว์สะท้านฟ้าขอเพียงดึงออกมาก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นทองคำได้ เห็นสัตว์สะท้านฟ้าตัวเท่าภูเขาลูกย่อมๆ นางก็แอบทอดถอนใจ ถ้าเป็นความจริง ฮ่องเต้ในโลกนี้ทั้งหมดก็เป็นยาจกแล้ว หากเลี้ยงสัตว์สะท้านฟ้าตัวหนึ่ง อยากได้ทองคำเท่าใดก็มีให้เท่านั้น เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่มีสัตว์ปิศาจที่สามารถงอกศิลาวิญญาณบนร่างได้ น่าเสียใจจริงๆ
ภายใต้การจ้องมองด้วยความสงสัยของทุกคน จินเฟยเหยาถูกยกมายังประตูตำหนักที่อยู่ด้านบนของน้ำตก รอเจ้าสำนักเรียกพบ มีศิษย์บางคนที่คุ้นเคยกับพวกเขาเดินเข้ามาพูดคุยด้วย หลังจากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าของแต่ละคนล้วนเปลี่ยนไป
“ศิษย์น้องเซียว เจ้าสำนักบอกให้พวกเจ้าเข้าไปได้” รออยู่นาน ในที่สุดก็มีศิษย์คนหนึ่งเดินออกมาจาก