วาซีจางลง จินเฟยเหยาก็แสร้งเอ่ยต่ออย่างหวาดกลัว “สัตว์ปิศาจตัวนั้นกัดสหายเซียนอี่ซานในคำเดียว ส่วนสหายเซียนหวาซีปรากฏตัวขึ้นพอดี ปล่อยราชาสุนัขป่ายักษ์ออกมา คิดจะช่วยสหายเซียนอี่ซาน ทว่ากลับสู้สัตว์ปิศาจตัวนั้นไม่ได้ บังเอิญข้ามียันต์ยาใบหนึ่ง ได้แต่ให้สหายเซียนหวาขัดขวางสัตว์ปิศาจไว้ ส่วนข้าหาวิธีขับเคลื่อนยันต์ยา ยันต์ยาทำงานแล้ว ทว่าข้าก็ถูกระเบิดจนสลบไป พอฟื้นขึ้นมาก็เห็นพวกท่านยืนอยู่ที่นี่”
“ใช่ ศิษย์พี่เซียว ข้ากับท่านแยกกันล่อสิงโตวารีหยกไป พอมาที่นี่ ก็เห็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณกัดศิษย์น้องอี่ซานพอดี ราชาสุนัขป่ายักษ์ของข้าสู้มันไม่ได้ จึงได้แต่ถ่วงเวลา สุดท้ายข้าก็ถูกยันต์ยาของสหายเซียนจินระเบิดจนสลบไป” หวาซีเองก็ออกมา ยืนยันว่าสิ่งที่จินเฟยเหยาพูดเป็นความจริง
เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจินเฟยเหยาจึงช่วยเขาโกหก ทว่านี่เป็นเรื่องดีต่อเขา เขาย่อมต้องยืนอยู่ฝั่งนาง
เพื่อให้สมจริง เขาจึงลากร่างที่บาดเจ็บ คิดจะไปค้นหาราชาสุนัขป่าของตนเองในเศษหิน บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องรีบพยุงเขา ศิษย์น้องอู๋ขันอาสาไปค้นหาบนพื้น ค้นพบราชาสุนัขป่าที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายใต้กองเศษหินจริงๆ
ศิษย์น้องอู๋นำยารักษาบาดแผลสัตว์ภูติโดยเฉพาะของสำนักออกมาป้อนราชาสุนัขป่ายักษ์ และช่วยหวาซีเก็บราชาสุนัขป่ายักษ์กลับเข้ากระเป๋าสัตว์ภูติ
“ศิษย์พี่เซียว สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณตัวนี้น่าจะมีคนเลี้ยง แล้วถูกพวกเราบังเอิ