“อุ๊บ” จินเฟยเหยาอดขำไม่ได้
อี่ซานผู้นี้ถูกต่อยอย่างหนักจนหน้าบวมจมูกมีเลือดไหลเหมือนหัวสุกร ถูกจินเฟยเหยาเตะแบบนี้ก็ยังไม่ขยับ มองดูอย่างละเอียด ที่แท้สลบไป
เมื่อแน่ใจว่านางไม่ได้แสร้งทำ จินเฟยเหยาก็เดินเข้าไปอย่างวางใจ คลำทั่วร่างของนางทั้งภายนอกภายใน ไม่เว้นสักแห่ง
หยิบได้กระเป๋าสัตว์ภูติแปดใบและกระเป๋าเก็บของหนึ่งใบของอี่ซาน จินเฟยเหยาจึงล่าถอยมาด้านข้าง ยืนห่างหน่อยดีกว่า ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากนางฟื้นขึ้นมาจะมีไม้ตายอะไรหรือไม่
นางหาหินก้อนหนึ่งนั่งลง และเริ่มตรวจสอบกระเป๋าเก็บของของอี่ซาน ส่วนกระเป๋าสัตว์ภูตินางไม่กล้าตรวจสอบตามใจชอบ ส่วนมากสัตว์ภูติด้านใน เคยมีการสังเวยเลือดให้กับเจ้านายมาก่อน หากปล่อยออกมาโดยไม่ระวัง มิใช่หาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ
สิ่งของในกระเป๋าเก็บของกลับมีมากมาย บรรจุสิ่งของยุ่งเหยิงเต็มไปหมด ประเมินด้วยสายตา อย่างน้อยที่สุดต้องมีมูลค่าเกินพันศิลาวิญญาณ ในขณะที่จินเฟยเหยาตรวจสอบผลรับของการรบ อี่ซานก็ฟื้น นางรู้สึกว่าร่างของตนเองเจ็บปวด โดยเฉพาะใบหน้า รู้สึกว่าหนักอึ้ง แม้แต่ดวงตาก็ลืมไม่ค่อยขึ้น ปากรู้สึกชา นางขยับตัว พบว่าตนเองถูกมัดไว้ มองไปรอบด้านอย่างลนลานก็เห็นจินเฟยเหยานั่งค้นถุงเก็บของที่ปักลายดอกไม้ของนางอยู่ไม่ไกลนัก
“เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ รีบปล่อยข้าสิ” อี่ซานมีชีวิตอยู่มาจนบัดนี้ยังไม่เคยมีชีวิตที่ยากลำบากมาก่อน ไหนเลยจะเคยมีโทสะเช่นนี้ นางอดเดือดดาล