ขึ้นมาจริงๆ ไม่ได้ คำรามใส่จินเฟยเหยา
จินเฟยเหยามองนางอย่างเหยียดหยาม “เจ้าโง่หรือเปล่า ข้าจะปล่อยให้เจ้ามากัดข้าหรือ?”
“เจ้า…เจ้าคิดจะทำอะไร? ข้าจะบอกให้นะ ท่านพ่อของข้าคือเจ้าสำนักชิงโซ่วนะ ถ้าเจ้ากล้าสังหารข้า เจ้าต้องตายแน่” ยามนี้อี่ซานได้สติคืนมาบ้าง เริ่มดิ้นรนอยู่บนพื้น มือของนางถูกรัดไว้กับร่างอย่างแน่นหนา สามารถขยับได้แค่ข้อมือ นางลนลานอยู่บ้าง พยายามใช้มือลูบถุงสัตว์ภูติตรงเอว ทว่าลูบอยู่ครึ่งวันกลับลูบไม่ถูกอะไรเลย
“เจ้ามีความเป็นมาไม่เบานี่ แล้วเหตุใดศิษย์พี่หวาของเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้ หรือว่าไม่กลัวเจ้าสำนักของพวกเจ้า?” จินเฟยเหยายัดกระเป๋าสัตว์ภูติและถุงสัตว์ภูติทั้งหมดใส่ในอก เอ่ยถามอย่างสงสัย
“ศิษย์พี่หวา? ศิษย์พี่หวาอะไร เจ้าทำอะไรกับศิษย์พี่หวา!” ยามนี้อี่ซานจึงได้มองเห็น กระเป๋าสัตว์ภูติของตนเองกำลังถูกจินเฟยเหยายัดใส่ในอก ได้ยินจินเฟยเหยาเอ่ยถึงศิษย์พี่หวานางก็อดร้อนใจไม่ได้
“ข้าจะทำอะไรเขาได้ เป็นเขาทำอะไรพวกเราสองคนมากกว่า สมองของเจ้างอกอยู่บนตัวงูเหลือมหรือ? ไม่ดูสภาพภูมิประเทศของที่นี่บ้าง ทั้งสามด้านล้อมด้วยภูเขา มีทางออกเพียงทางเดียว ระวังทางเข้านั่นดีกว่า แม้แต่คนตาบอดก็มองออกว่าพวกเราสองคนไม่ถูกกัน ยังให้พวกเราสองคนออกมาเดี่ยวๆ อีก สถานที่ที่มิดชิดเช่นนี้เป็นสถานที่สังหารคนที่ดีจริงๆ” จินเฟยเหยาหยิบกิ่งไผ่เล็กๆ บนพื้นขึ้น จิ้มใบหน้าสุกรของอี่ซาน
“ข้าไม่เ