วเอ่ยจัดแจงแทนหวาซี ทำให้อี่ซานไม่พอใจทันที
นางกระทืบเท้าอาละวาดอย่างไม่พอใจ เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมอยู่เฝ้าระวังกลุ่มเดียวกับจินเฟยเหยา ส่วนจินเฟยเหยาไม่ได้แสดงออกว่าไม่พอใจอะไร ทว่าในดวงตากลับมีประกายวาบขึ้น จากนั้นก็มองหวาซีอย่างมีนัยลึกซึ้ง
หวาซีกำลังอธิบายแผนการให้ทุกคนฟัง ราวกับรู้สึกได้ถึงสายตาของจินเฟยเหยาเขา จึงเงยหน้าขึ้นทันควัน ยิ้มให้นางอย่างเจิดจรัส
ในกลุ่มมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงปลายสี่คน อี่ซานอาละวาดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าไม่ได้ผล ทั้งยังถูกบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องบอกว่านางไม่รู้ความ สุดท้ายนางก็ได้แต่ทำปากยื่น ตกลงอยู่กลุ่มเดียวกับจินเฟยเหยาอย่างไม่พอใจยิ่ง
แต่ว่าหลังจากนางเดินไปถึงข้างกายจินเฟยเหยาก็เชิดใบหน้าเล็กๆ ขึ้น เอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง “อีกสักครู่เจ้าก็หัวไวหน่อยล่ะ อย่าเป็นตัวถ่วงข้า ต่อให้ตอนนี้เจ้าเป็นคนของสำนักเฉวียนเซียน พื้นเพก็เป็นแค่ผู้บำเพ็ญเซียนอิสระ ฮึ ถ้าไม่เชื่อฟังข้า…เจ้าคงรู้นะ”
“รู้แล้ว” จินเฟยเหยาเลียริมฝีปาก ไม่ได้ปฏิเสธนางอย่างคาดไม่ถึง
หลังจากจัดแจงเสร็จแล้ว ห้ากลุ่มก็ทยอยวิ่งไปยังสถานที่ที่ได้รับมอบหมาย รอจนเกือบได้เวลา หวาซีและศิษย์พี่เซียวก็กระโดดเหินร่างขึ้นเข้าไปในถ้ำศิลาบนกำแพงภูเขา
ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างเดือดดาลของสิงโตวารีหยกดังมาจากในถ้ำ มีเงาร่างสองสายบินหนีออกมาจากถ้ำศิลาอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วย สิงโตวารีหยกสูงสองจั้งกว่