าตัวหนึ่งร้องคำรามและพุ่งออกมาจากในถ้ำไล่ตามคนไป สิงโตวารีหยกเพิ่งออกจากถ้ำศิลา ศิษย์พี่เจ้าก็นำศิษย์พี่หงบุกเข้าถ้ำไปจับลูกสิงโตวารีหยก
จินเฟยเหยาพินิจพิจารณารอบด้าน คิดว่านางกับอี่ซานถูกจัดแจงให้อยู่ที่นี่ต้องเป็นเพราะหวาซีจงใจแน่ ที่นี่เป็นหุบเขาที่เว้าลงไป สามด้านล้อมรอบด้วยภูเขา ทางออกถูกป่าไผ่บดบังเอาไว้ พื้นที่รูปน้ำเต้าเช่นนี้จะเฝ้าระวังอะไรได้ ถ้าด้านในเกิดอะไรขึ้น ด้านนอกก็มิอาจพบเห็นได้ง่ายๆ เป็นสถานที่ที่เหมาะจะสังหารคนที่สุด
นางเหลือบตามองอี่ซาน เห็นนางไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของที่นี่เลยสักนิด เพียงแค่เรียกงูเหลือมนิลขนาดประมาณสองจั้งออกมาอยู่ข้างกายเพื่อเฝ้าระวังแทนนาง ส่วนตัวนางนั่งเซ็งอยู่บนศิลาใหญ่ก้อนหนึ่ง หยิบกิ่งไผ่เล็กๆ ขึ้นมาหวดหญ้าบนพื้นอย่างเบื่อหน่าย งูเหลือมนิลขดตัวอย่างสงบนิ่งอยู่ข้างกายนางและแลบลิ้นออกมาตลอด
จินเฟยเหยามองงูเหลือมนิลที่ลำตัวหยาบหนากว่าขาตนเอง คิดว่ายุ่งยากอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าในตัวของอี่ซานยังมีสัตว์ภูติอีกเท่าใด ถ้าท่าทางของนางเป็นการเสแสร้งทำ ที่จริงส่งสัตว์ภูติตัวเล็กออกมานานแล้ว…
พอคิดถึงตรงนี้ จินเฟยเหยาก็ขมวดคิ้ว แสงสีฟ้าในตัวกระพริบวาบ เกล็ดหิมะนรกปลิวว่อนออกมารอบร่างภายในรัศมีหนึ่งจั้ง
อี่ซานสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของนาง มองจุดแสงสีฟ้ารอบจินเฟยเหยาอย่างตกตะลึง ในดวงตามีความไม่พอใจวาบผ่าน
นางยืนขึ้น ยกกิ่งไผ่เล็กๆ ชี้จินเฟยเหยา “นี่