ทางหนึ่งเลย ข้าไม่ได้พูดกับเจ้า จะพูดแทรกทำไม” จินเฟยเหยาไม่ชอบสตรีเช่นนี้ที่สุด ก่อนหน้านี้ในตระกูลก็มีอยู่หลายคน ทำให้คนชิงชังอย่างยิ่ง
“เจ้า…” อี่ซานยังไม่เคยถูกคนด่าทอเช่นนี้มาก่อน ก็มีโทสะจนยื่นนิ้วมาชี้จินเฟยเหยา ยามกะทันหันพูดอะไรไม่ออก
จินเฟยเหยามองนางอย่างเย็นชา เอ่ยเสียงเย็นเยียบ “เก็บมือกลับไป ถ้าชี้อีก ข้าจะหักนิ้วของเจ้าเสีย”
“สหายเซียน ที่นี่มีคนมากมายไม่สะดวกจะพูดคุยกัน พวกเราไปคุยกันที่ร้านน้ำชาด้านหน้าเถอะ” เห็นทั้งสองคนมีท่าทางตึงเครียดพร้อมจะลงมือ บุรุษผู้นั้นจึงรีบดึงอี่ซานออกมาแล้วผลักให้หยวนถง สั่งความหลายประโยค ให้หยวนถงฉุดดึงอี่ซานที่ก่อเรื่องไม่หยุดจากไป
จินเฟยเหยาอยากจะดูสิว่าหมอนี่จะเล่นลูกไม้อะไร จึงติดตามเขามาถึงร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง บุรุษผู้นั้นสั่งน้ำชาและขนม แล้วเทน้ำชาให้นางอย่างกระตือรือร้น จากนั้นเขาก็เอ่ยอย่างขัดเขิน “สหายเซียน เรื่องเมื่อปีที่แล้วข้าขอโทษด้วยจริงๆ จริงสิ ข้าเป็นศิษย์สายในของสำนักชิงโซ่ว[1] ชื่อหวาซี สหายเซียนมีนามว่าอะไร?”
“จินเฟยเหยา ตอนนี้อยู่ที่สำนักเฉวียนเซียน เมื่อครู่เจ้าบอกว่า เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักฉินโซ่ว[2]? เหตุใดจึงมีสำนักเช่นนี้ด้วย ถึงกับตั้งชื่อตนเองว่าเดรัจฉาน หรือว่าวันนั้นเจ้าทิ้งข้าไว้ ก็เพื่อทำตามหลักการและกฎเกณฑ์ของสำนัก?” จินเฟยเหยาตื่นตระหนกอย่างยิ่ง สำนักนี้วิปริตเกินไปแล้ว หรือว่าเป็นนิกายชั่วร้าย
น้ำชาในปา