กของหวาซีเกือบพุ่งออกมา เขาไม่เคยพบผู้บำเพ็ญเซียนที่เข้าใจชื่อสำนักผิดมาก่อน ต่อให้มีคนที่แอบพูดเช่นนี้อยู่บ้าง ทว่ากลับไม่เคยมีคนเอ่ยขึ้นต่อหน้ามาก่อน ไม่ไว้หน้ากันเกินไปแล้ว
“สหายเซียนจิน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว สำนักชิงโซ่ว มิใช่สำนักฉินโซ่ว สัตว์เทพของสำนักข้าคือมังกรเกล็ดเขียว ดังนั้นตอนก่อตั้งสำนักปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งจึงใช้ชื่อของมันมาตั้งชื่อสำนักว่าสำนักชิงโซ่ว” หวาซีอธิบายยิ้มๆ นี่เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของสำนัก ไม่อธิบายไม่ได้
ได้ยินว่ามีมังกรเกล็ดเขียว ดวงตาจินเฟยเหยาก็เป็นประกาย “ก็ได้ เจ้ามอบเกล็ดมังกรเขียวให้ข้าสิบเกล็ด ศิลาวิญญาณที่เจ้าติดค้างข้าเป็นอันหายกัน”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ เกล็ดสัตว์เทพของสำนักจะนำมาให้คนนอกได้อย่างไร อีกทั้งแต่ละครั้งที่เกล็ดหลุดก็ถูกเก็บกลับไป ข้าจะไปหาจากที่ไหนมาให้เจ้า” หวาซีสั่นศีรษะ เป็นตายก็ไม่ยอมรับปาก
“ก็ได้ ข้าจะถอยให้ก้าวหนึ่ง เจ้ามอบศิลาวิญญาณสองพันก้อนให้ข้า”
หวาซียักไหล่ สั่นแขนเสื้อ “สหายเซียนจิน เจ้าคิดว่าข้าเหมือนคนมีศิลาวิญญาณสองพันก้อนหรือ?”
“แสร้งทำเป็นยากจนให้น้อยๆ หน่อย เมื่อครู่เจ้ายังจะใช้ศิลาวิญญาณหนึ่งพันสองร้อยก้อนซื้อสัตว์ภูติให้ศิษย์น้องของเจ้าอยู่เลย ตอนนี้กลับแสร้งทำเป็นยากจน อีกทั้งฟังคำสนทนาของพวกเจ้า ตั๊กแตนหน้าหยกที่เจ้าจับมาเมื่อปีที่แล้วก็เพื่อมอบให้สตรี คาดว่าเป็นคนใจกว้าง ดังนั้น…” จินเฟยเหยาดื่มชา