นอีกต่อไป เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มปริ่ม
จินเฟยเหยายิ้มเขินๆ “นี่เป็นของที่ท่านพ่อกับข้าไปๆ มาๆ ที่หุบเขาร้อยหนอนแมลงถึงสองปีจึงสะสมได้” คนโง่จึงพูดความจริงออกไปว่าใช้เวลาสิบกว่าวันหามาได้ ถ้าทุกคนรู้ว่าสามารถอาศัยเห็ดหูหนูเน่าฆ่าตะขาบเหล็กได้ เกรงว่าแม้แต่ตัวอ่อนของตะขาบเหล็กนางก็คงหาไม่พบ อีกอย่างหนึ่งโยนเปลือกเหล่านี้ในใส่ในกระเป๋าเก็บของ สามารถเก็บรักษาระดับความสดไว้ได้เป็นเวลานาน ไม่กลัวจะถูกมองออกว่าเป็นของที่เพิ่งลอกเอามาเมื่อไม่กี่วันนี้
สภาพการณ์เช่นนี้พบเห็นได้บ่อยๆ มีผู้บำเพ็ญเซียนมากมายเก็บวัตถุดิบที่ล่าได้ทั้งหมดไว้ พอมีเวลาก็นำออกมาขายในคราวเดียว เจ้าของร้านไม่เอ่ยถามมากความอีก เปลี่ยนไปคิดถึงหัวตะขาบเหล็ก “สหายเซียนน้อย หัวตะขาบเหล็ก เจ้าตัดกลับมาหรือไม่? หัวละยี่สิบห้าศิลาวิญญาณ”
ก่อนหน้านี้จินเฟยเหยาเคยคำนวณแล้ว เปลือกหกร้อยกว่าชิ้น มียี่สิบแปดหัวก็พอ ในมือของนางยังมีเปลือกเก้าร้อยกว่าชิ้นและหัวสามสิบสี่หัว ทว่านางไม่คิดจะขายทั้งหมดให้ร้านนี้ ถือว่าเป็นของที่เก็บมาสองปี หากปริมาณมากเกินไปจะทำให้คนสงสัย
“มี มีหลายหัวถูกต่อยตีจนพังใช้การไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้มีเพียงยี่สิบแปดหัว” จินเฟยเหยาหยิบกระเป๋าเก็บของอีกใบออกมา กลับไม่ได้ยื่นส่งให้เจ้าของร้าน
นางมีกระเป๋าเก็บของเพียงสองใบ เป็นไปไม่ได้ที่จะใส่ของทั้งหมดแยกกัน ได้แต่รอให้เจ้าของร้านคืนกระเป๋าใบหนึ่งให้ตนเอง อีกทั้งแค่ยี่ส