มาเอ่ยพึมพำกับหวังเฉิงเย่ที่ด้านข้างอยู่นาน พอความคิดเห็นตรงกันในที่สุดก็เดินกลับไป
“ศิษย์น้อง เจ้ารีบพาเทียนคุนไปเถอะ เจ้าต่อสู้ภายในเมืองลั่วเซียน ละเมิดกฎระเบียบของที่นี่ มิอาจอยู่ในเมืองลั่วเซียนต่อไปได้ เจ้าห้ามลงมือกับเด็กหญิงผู้นี้อีก ถ้าสำนักสาขาของเราถูกขับไล่ออกจากเมืองลั่วเซียน อาจารย์อาเจ้าสำนักจะกล่าวโทษได้ เจ้ารับไหวหรือ?”
หวังเฉิงเย่เดินมาถึงเบื้องหน้าฮูหยินสยง ลดเสียงลงสั่งนาง ภายใต้การพูดจาทั้งขู่ทั้งปลอบของหวังเฉิงเย่ ฮูหยินสยงถลึงตาใส่จินเฟยเหยาหลายครั้งอย่างไม่ยินยอม แล้วมองบุตรชายที่เฝ้าอยู่ข้างกายจินเฟยเหยาตลอดเวลาโดยไม่ยอมมาหา ได้แต่เอ่ยกับศิษย์พี่หลายประโยค
หวังเฉิงเย่พยักหน้า เดินมาถึงข้างกายสยงเทียนคุน เอ่ยโน้มน้าวว่า “ศิษย์หลาน เจ้าก่อเรื่องต่อไปไม่ใช่วิธีที่ดี เจ้ามิใช่ไม่เข้าใจมารดาของเจ้า ถ้าเจ้าอยากจะทำเพื่อเด็กหญิงผู้นี้จริงๆ ทางที่ดีกลับไปกับแม่ของเจ้าเถอะไม่เช่นนั้นนางต้องคิดหาวิธีมาหาเรื่องสหายของเจ้าแน่นอน”
“อาจารย์ลุง หรือว่าข้ามิอาจทำเรื่องที่ตนเองคิดอยากทำได้? เพราะเหตุใดต้องบีบคั้นข้า” สยงเทียนคุนสีหน้าซีดขาว ภายในจิตใจรู้สึกขมขื่นอย่างยิ่ง
หวังเฉิงเย่ตบบ่าของเขา “ศิษย์หลาน หากเจ้ามีกำลังคิดจะทำสิ่งใดก็สามารถทำได้ ทว่าตอนนี้ เพื่อสหายของเจ้า เจ้าได้แต่กลับไปสำนักอวิ๋นซานกับท่านแม่ของเจ้า”
เห็นสยงเทียนคุนก้มศีรษะลงไม่เอ่ยอะไรอีก แล้วเขาก็เดินม