วยเจตนาดีของอีกฝ่ายหรือไม่ ต้องดูความปรารถนาของตัวเจ้ามิใช่ดูว่าพลังการบำเพ็ญเพียรของอีกฝ่ายสูงกว่าเจ้าหรือไม่” จินเฟยเหยากลืนแป้งทอดไส้เนื้อในปากลงไป มือก็หยิบอีกชิ้นยัดใส่ปาก
“หากเจ้าไม่ยินดี แล้วเจ้ายังต้องการเจตนาดีเช่นนี้ไปทำไม เส้นทางเซียนยาวไกลนัก หากมิอาจทำตามใจปรารถนา บำเพ็ญเซียนไปจะมีประโยชน์อะไร เพราะเหตุใดเจ้าจึงบำเพ็ญเซียน?” จินเฟยเหยาถามกลับ
“เพราะเหตุใด…” สยงเทียนคุนก้มหน้าลงครุ่นคิด เนิ่นนาน เขาจึงได้เงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยสายตาซึมเซา “ข้าเกิดมาก็มีพลังวิญญาณสวรรค์ ตอนยังฝึกบำเพ็ญไม่ได้ ก็กินยาชำระล้างไขกระดูกและขจัดสิ่งสกปรกทุกวัน ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องฝึกบำเพ็ญ เพียงแต่ท่านพ่อท่านแม่ให้ข้าฝึกบำเพ็ญ ข้าก็ย่อมต้องฝึกบำเพ็ญ”
“เช่นนั้นตอนนี้เจ้าลองคิดดูดีๆ สิ่งที่เจ้าต้องการที่สุดคืออะไร? ไม่ต้องรีบตอบข้า คิดให้ดีแล้วค่อยพูด” จินเฟยเหยาไล่เขาไปแล้วก็กินอาหารรสเลิศต่อ
นางไม่มีเวลาว่างมาพูดคุยปรึกษาปัญหาชีวิตกับเขา เพียงแต่คิดว่าถ้าเขาไม่เปลี่ยนแปลงท่าทางของคุณหนูใหญ่ที่อยู่แต่ในหอห้องทั้งวัน ก็ทำให้ตนเองที่อยู่ร่วมรถม้ารู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย เห็นม้าลากรถหยุดกินหญ้าข้างทาง จินเฟยเหยาก็หยิบแส้ม้าขึ้นมาหวดเบาๆ ม้าจึงออกเดินอย่างไม่เต็มใจ
“พอไม่จับตาดูเจ้า เจ้าก็แอบขี้เกียจ”
นางพึมพำด่าทอไปประโยคหนึ่ง ย้ายจากภายในรถม้ามาตรงประตู กินแป้งทอดสอดไส้เนื้อไปพลางหวดม้าลากรถ