จริงเสียด้วย ผู้อาวุโสที่ดูแลก็เป็นสิงโตอ้าปากกว้าง
เสนอว่าขอเพียงจ่ายศิลาวิญญาณชั้นล่างหนึ่งพันก้อน เขาก็จะห่อจินเฟยเหยาส่งมอบให้ อย่างไรเสียแค่ศิษย์สายนอกคนหนึ่ง ต่อให้ถูกเบื้องบนรู้ ก็คงไม่กล่าวโทษอะไร
เรื่องนี้ลุงตงตัดสินใจไม่ได้ ได้แต่บอกว่าจะกลับไปหารือกับหัวหน้าตระกูล เพียงขอร้องว่าอย่าให้จินเฟยเหยาหนีไปก่อนพวกเขามา เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงกระเป๋าเงินของตนเอง ผู้อาวุโสที่ดูแลย่อมต้องรับปากทันที
หลังส่งลุงตงจากไปแล้ว ผู้อาวุโสที่ดูแลครุ่นคิด คิดว่าต้องเรียกจินเฟยเหยามาเฝ้าดูอยู่ข้างกายถึงวางใจได้ จึงสั่งให้ศิษย์ใต้บังคับบัญชาไปเรียกจินเฟยเหยามา คิดไม่ถึงว่าจะกลับมามือเปล่า จินเฟยเหยาในยามนี้หนีไปได้หนึ่งชั่วยาม[1]กว่า หาตัวไม่พบแล้ว
จินเฟยเหยาออกมาจากสำนักเหิงเจิน ก็เร่งรุดมาถึงเมืองอวี้ซิงที่ใกล้ที่สุดตลอดทางไม่กล้าหยุดพัก พอเข้าเมืองอวี้ซิง นางรีบไปหาร้านค้าหลายร้านซื้อของถุงใหญ่น้อยอย่างเร่งร้อนแล้วรีบออกจากเมือง
หลังออกจากเมือง นางไม่เดินตามถนนใหญ่ ทว่าเข้าไปในป่า หาเส้นทางสายน้อยเดินทางไปยังเมืองลั่วเซียน
เห็นนางแบกห่อผ้าขนาดใหญ่เดินบนเส้นทางภูเขาที่เต็มไปด้วยพงหญ้าและพุ่มไม้เหมือนหอยทากตัวหนึ่ง ได้พบสถานที่ซึ่งแม้แต่ถนนสายน้อยยังไม่มีบ่อยๆ ได้แต่นำมีดตัดฟืนบนเอวมาดายเบิกออกเป็นเส้นทาง
นางก็อยากเดินตามถนนใหญ่ หารถม้าไปเมืองลั่วเซียนอย่างสบายๆ แต่เกรงว่าพวกลุงตงจะไล่ตามมาทาง