ข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็สามารถไปถึงสถานที่ที่ขื่อทะเลสาบหมิง ที่นั่นมีทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เพราะมีทิวทัศน์งดงาม ถึงจะอยู่ห่างจากเมืองสักหน่อย พอถึงฤดูร้อนฤดูใบไม้ร่วงก็มีหลายครอบครัวมาพักร้อนพายเรือชมดอกบัวที่นี่
รอบทะเลสาบหมิงมีคนสร้างบ้านและโรงเตี๊ยมประปรายกลายเป็นตลาดเล็กๆ แห่งหนึ่ง หลักๆ แล้วทำการค้าเพียงสองฤดู ส่วนช่วงเวลาอื่นๆ ฤดูหนาวก็ขุดรากบัว ฤดูใบไม้ผลิก็เลี้ยงปลา ใช้ชีวิตอย่างมีรสชาติ
จินเฟยเหยาใช้เวลาหนึ่งวันจึงปีนข้ามภูเขาลูกนี้ได้ เดิมทีนางใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สามารถเดินทางถึงยอดเขา สาเหตุนั้นง่ายดายยิ่ง เพราะมือของนางถูกผ้าพันไว้หลายชั้น พอไปลากกิ่งไม้หรือยกหินก็เห็นนางเจ็บจนต้องสูดลมหายใจ
“ข้าเลินเล่อเกินไปจริงๆ ไม่น่ายื่นมือเข้าไปโดยตรงเลย” จินเฟยเหยานั่งลงพักผ่อนอย่างห่อเหี่ยวบนหินเขียวขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง พอเห็นสองมือของตนเองก็ถอนหายใจ
คืนวันนั้นนางนึกว่าตนเองเข้าสู่ขั้นฝึกปราณแล้วจึงบังอาจยื่นมือเข้าไปในไฟนรก คิดจะหลอมกลั่นไฟนรก คาดไม่ถึงว่านางยังไม่บรรลุขั้นฝึกปราณ พอยื่นมือเข้าไปในไฟนรกโดยไม่มีการป้องกันก็ถูกไฟเผาจนได้รับบาดเจ็บ
ถึงแม้จะถูกเผาไม่สาหัสนัก ทว่าเพราะไม่มียารักษาอาการบาดเจ็บภายนอก จึงได้แต่พันผ้าปิดไว้ลวกๆ เส้นทางบนภูเขาเดินทางยากลำบาก นอกจากต้องใช้มีดตัดฟืนเบิกทางแล้ว สถานที่มากมายยังต้องใช้สองมือพยุงและฉุดดึงจึงสามารถปีนขึ้นไปได้ ต่อมามือทั้งสองก็