กระทั่งคิดว่าแน่ใจเต็มที่ จินเฟยเหยาจึงได้เริ่มฝึกตามที่เคล็ดวิชาบอก
ฝึกตามวิธีการในเคล็ดวิชาข้างกองไฟได้หนึ่งชั่วยาม นางที่ไม่นับว่ามีสติปัญญาโดดเด่น ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณระหว่างฟ้าดินเล็กน้อย
นางใช้เวลาหนึ่งวันดูดซับพลังวิญญาณไม่หยุด ชักนำพลังวิญญาณโคจรภายในร่างกายตามที่เขียนไว้ในเคล็ดวิชา ไม่รู้ว่าเป็นผลทางจิตวิทยาหรือได้ผลจริงๆ จินเฟยเหยารู้สึกว่าภายในจุดตันเถียนมีพลังวิญญาณเล็กน้อยขนาดเท่าปลายเข็ม จึงตัดสินใจลองหลอมรวมกับไฟนรกศพมารตามที่บันทึกไว้ในเคล็ดวิชาดู จินเฟยเหยาใช้เคล็ดวิชากับมุกกู่จิง มุกกู่จิงลอยโอนเอนไม่เสถียรอยู่กลางอากาศ สามารถร่วงหล่นลงมือได้ทุกเมื่อ อย่างไรเสียพลังการบำเพ็ญเพียรของนางก็ย่ำแย่เกินไปจริงๆ ทั้งยังไม่คุ้นเคยกับวิธีการ แค่สามารถใช้เคล็ดวิชาได้ก็ถือว่าไม่ง่ายแล้ว
ทั้งยังใช้เคล็ดวิชาประโยคหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรมชาติ มุกกู่จิงล่าถอยไปได้ครึ่งหนึ่งก็เผยให้เห็นไฟนรกสีฟ้าภายใน รอบด้านก็มืดและเย็นลง นางอดทำสงครามเย็นกับไฟนรกไม่ได้
จินเฟยเหยารู้สึกตึงเครียดนิดหน่อย นางเลียริมฝีปากสูดลมหายใจลึกๆ
แล้วยื่นมือไปหาไฟนรกศพมาร จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องอนาถกรีดผ่านป่าในภูเขาอันเงียบสงบ
[1] ชั่วยาม คือ หน่วยวัดเวลา มีค่าประมาณ 2 ชั่วโมง
[2] ใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำแล้วไม่ได้อะไรเลย คือ ทำแล้วเสียแรงเปล่า