ง ไม่ต้องเก็บสัมภาระเหล่านั้นแล้ว อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ของมีค่าอะไร”
พอลุงตงเอ่ยจบ จินเฟยเหยาก็รู้สึกว่าด้านหลังมีพลังวิญญาณสองสายปรากฏขึ้น ลมแรงขุมหนึ่งทะลักมาจากทางด้านหลัง
“แย่แล้ว” จินเฟยเหยาไม่มีเวลาหันหน้ากลับไป กลิ้งไปทางด้านซ้ายทันที จากนั้นได้ยินเพียงเสียงดังสนั่น ลมหมัดเฉียดผ่านร่างของนางไป บันไดศิลาที่นางยืนอยู่เมื่อครู่ถูกลุงตงใช้หมัดต่อยจนเป็นหลุมลึกสามฉื่อกว่า
จินเฟยเหยาเผลอร้องออกมา “ลุงตง ท่านคิดจะทำอะไร!”
“คุณหนูรอง ขอโทษด้วย นายผู้เฒ่าบอกว่าท่านเจ้าเล่ห์เหนือใคร จะต้องหาข้ออ้างหลบกลับเข้าไปในสำนัก เป็นตายอย่างไรก็ไม่ออกมาแน่ เพื่อไม่ให้ท่านหนีไป ดังนั้นจึงให้พวกเราหักขาของท่านแล้วพากลับไป” หมัดของลุงตงมีหมอกสีขาวสาดกระจายออกมา ราวกับเทน้ำเย็นจัดลงบนอาวุธอันร้อนฉ่า จินเฟยเหยาคุ้นเคยกับฉากนี้ดี นั่นคือปรากฏการณ์ที่ร่างกายใช้พลังวิญญาณเสริมกำลังตอนฝึกบำเพ็ญร่างกายถึงขั้นที่หก
เมื่อเห็นความคิดของตนเองถูกลุงตงมองออก จินเฟยเหยาร้องตะโกนเสียงดัง “ลุงตง ท่านพูดอะไรน่ะ ท่านปู่จะสั่งเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร”
นึกถึงตอนที่ตนเองหนีออกมาจากบ้านเมื่อปีที่แล้ว ลุงตงยังติดอยู่ที่วรยุทธ์ขั้นห้ามาสิบกว่าปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าจากกันแค่ปีเดียว วรยุทธ์เขาก็ก้าวหน้ามาถึงขั้นหกแล้ว ด้วยอายุของเขาคงต้องกินยาวิญญาณอะไรลงไปเพื่อบังคับให้ทะลวงด่านแน่นอน
ส่วนตนเองตอนนี้เพิ่งมีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้น