ำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐาน คิดไม่ถึงว่าจะใช้องุ่นพวงเดียวมาบิดพลิ้วค่านมครึ่งปี
พอคิดว่าตนเองจงใจมาช้าครึ่งก้านธูป ก็เพื่อปิดสกัดเขาขอให้จ่ายศิลาวิญญาณ จะมาถูกองุ่นพวงเล็กๆ พวงเดียวขับไล่ออกไปได้อย่างไร จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างยินดีว่า “ขอบคุณเจินเหริน องุ่นม่วงนี้ต้องใช้ศิลาวิญญาณชั้นล่างสี่ก้อนจึงสามารถซื้อได้หนึ่งชั่ง[2] ข้าอยากกินมาตลอดก็ซื้อไม่ไหว”
จากนั้นนางไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของติงเต๋อโย่ว นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างสระอาบน้ำเริ่มกินองุ่นคำโต ไม่มีวี่แววว่าจะจากไปสักนิด ขนาดถังไม้ยังโยนไว้ข้างสระอาบน้ำอย่างไม่ไยดี
เห็นนางไม่เพียงไม่รู้สึกตัว ถึงกับยังพัวพันไม่เลิก อวิ๋นเฟิงเจินเหรินก็อารมณ์เสียนิดๆ ด้วยฐานะของข้า ให้เจ้ามาส่งสิ่งของเปล่าๆ ก็นับเป็นบุญของเจ้าแล้ว ยังกล้าคิดเงินอีก ไม่รู้ว่าในสมองคิดอะไรอยู่ ถึงในใจจะอารมณ์เสีย ทว่าให้เขาทำเรื่องไม่จ่ายเงินแล้วไล่คนออกไป เขาก็ยอมเสียหน้าไม่ได้อีก การจ่ายศิลาวิญญาณให้จินเฟยเหยากลับเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคิดเลยสักนิด
อวิ๋นเฟิงเจินเหรินเหลือบมองไปรอบด้าน พบว่าข้างแจกันลายครามลายดอกไม้สีสันสดใสมีชามหยกขาวปากบิ่นใบหนึ่ง ปากชามนั่นหลายวันก่อนตอนเขาดื่มนมแพะฉางหลิง ไม่ทันระวังทำร่วงกระแทกพื้น ส่วนชามใบนี้เขาไปได้มาจากที่ไหนสักแห่ง จำไม่ได้แล้ว
ใจของเขากระตุกยื่นมือไปดูดชามหยกมา จากนั้นเอ่ยกับจินเฟยเหยาอย่างมีเมตตา “ชามหยกใบนี้เป็นของรักของข้า ข้าใ