ช้มันใส่นมแพะฉางหลิงดื่ม สามารถเพิ่มพลังวิญญาณในร่างได้ เจ้าเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญร่างกาย สิ่งนี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก ข้าขอมอบให้เจ้า”
จินเฟยเหยาจ้องมองชามหยกขาวที่ขอบบิ่นไปอย่างสงสัย รู้สึกว่าของสิ่งนั้นไม่มีพลังวิญญาณแม้แต่น้อย ไม่เหมือนกับอาวุธเวทธรรมดาเลยสักนิด ทว่ารู้สึกว่าถึงอย่างไรเจ้าหมอนี่ก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานช่วงปลาย สิ่งของในมือน่าจะไม่ธรรมดา ทุกครั้งที่มาชามใบนั้นก็วางอยู่บนโต๊ะศิลา รอยบิ่นเพิ่งมีเมื่อไม่กี่วันมานี้ ยากจะบอกได้ว่าเป็นเพราะเหตุนี้ ดังนั้นเขาจึงได้คิดจะมอบให้ตนเอง
เห็นจินเฟยเหยานิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น ติงเต๋อโย่วก็ขมวดคิ้วเอ่ยกระชากว่า “นิ่งอึ้งอยู่ทำไม นี่เป็นของล้ำค่า เจินเหรินประทานให้เจ้าถือว่าเจ้าได้เปรียบแล้ว”
จินเฟยเหยาลังเลอยู่นิดหนึ่งก็รับชามใบนั้นมา ยังไม่ทันได้ตรวจดูอย่างละเอียดก็เห็นอวิ๋นเฟิงเจินเหรินโบกมือ ขับไล่อย่างหมดความอดทน “เอาละ พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ”
จินเฟยเหยาได้แต่ใส่ชามหยกไว้ในอก เก็บถังไม้ขึ้นและไปจากวังอวิ๋นเย่
ลงมาจากยอดเขาลั่วซี จินเฟยเหยากลับมาถึงที่อยู่ของตนเองที่ยอดเขาชิงเหยี่ย ยอดเขาชิงเหยี่ยก็เป็นเขตอิทธิพลของสามยอดเขา ทว่ากลับอยู่ห่างจากสำนักในค่อนข้างไกล บนภูเขามีทุ่งหญ้าเขียวขจีผืนใหญ่ ดังนั้น ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์ปิศาจที่ใช้เป็นอาหารโดยเฉพาะ บ้านไม้หลังเล็กของจินเฟยเหยาก็อยู่ที่ระหว่างทางขึ้นเขา ในรั้วนอกบ้านเลี้ยงแพะฉางหล