“ข้ากะไม่ยิงสักนัดด้วยซ้ำ อย่างมากก็ถือไว้ป้องกันตัว”
“นับว่ายังเจียมตัว”
ฟังฝีปากมันสิ น่าใช้ปืนฟาดสักป้าบ
“ถ้าข้ามีอาวุธ พวกนั้นก็ไม่คิดว่าข้ากระจอกที่สุดใช่ไหมล่ะ ใครเข้าใกล้ก็ถือปืนเล็ง หากรับมือไม่ไหวจริงๆ ก็วิ่งหนีเข้าไปในสมาพันธ์ มีเวทแห่งกของหัวหน้าคุ้มกันซะอย่าง ข้าไม่กลัวหรอก”
“เจ้าหรือไม่กลัว เห็นคนตายขึ้นมาจริงๆ จะขาสั่นวิ่งไม่ทันน่ะสิ”
“พวกเจ้าสู้กันโหดเหลือเกิน ถึงแดนเทพจะรังเกียจพวกเลือดผสม แต่อยู่กันอย่างสุขสงบไม่เคยมีการฆาตกรรมหรือทำสงครามกันนะ ข้าย่อมมีภูมิต้านทานด้านนี้ต่ำอยู่แล้ว”
“นี่แหละคือชีวิต เซอเซส” เจ้าเสือขยี้หัวข้า “งานของผู้ส่งสารแห่งสามภพไม่ง่ายหรอกนะ”
“ข้า…ข้าจะพยายามปรับตัว”
“ไม่ใช่อยากถอนตัวหรือ”
“ตราประทับคาต้นแขนขนาดนี้ทำได้ที่ไหนล่ะ เจ้าเสือบ้า!”
โฟรเซนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อข้าพยายามทุบแต่ทุบไม่โดน ก่อนเจ้าเสือจะทำหน้าเครียดขึง หันมาคว้ามือข้าให้อยู่นิ่งๆ
“จะถึงแล้ว”
ข้าแทบไม่กล้าหายใจ มือที่ถือปืนสั่นระริก ถึงจะเข้าใจและรู้ตัวว่าต้องทำยังไง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์กรลับที่ตั้งใจทำลายสมาพันธ์ให้สิ้นซากก็อดกังวลไม่ได้ นึกแล้วก็น่าตลก เมื่อก่อนแต่ละวันข้าครุ่นคิดว่าจะหางานยังไงดี วันนี้จะกินอะไรดี แต่ตอนนี้ต้องถืออาวุธไปสู้รบก