โพดีเซิร์กตบแก้มจนหน้าหัน โอ๊ย จะต่อยจะตีก็ทำไปสิ แต่อย่าทำร้ายหน้าข้าได้ไหม ข้ากลัวไม่หล่อ!
‘ป่านนี้แล้วยังคิดเรื่องหล่อไม่หล่ออีกหรือ’
ถ้าไม่คิดเรื่องอื่น ข้ากลัวจะปากไวอีกนี่นา
‘เอาเถอะ…เจ้าทนอีกหน่อย ต่อให้พวกนี้วางแผนถ่วงเวลามากมายเพียงไร แต่สมาชิกในสมาพันธ์ทุกคนยกเว้นเจ้าสามารถเอาตัวรอดได้สบายมาก ขอเพียงคนใดคนหนึ่งมาหาเจ้าย่อมรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ ฉะนั้นอย่ายั่วโมโหพวกมันมากนัก เกิดพลั้งมือทำร้ายเจ้าถึงตายขึ้นมา ต่อให้กลาเซียสมาเองก็คงสายเกินไป…’
ตอนพูดเรื่องตาย เสียงของเจ้าเสือสั่นจนข้ารับรู้ได้ว่าเป็นประเด็นอ่อนไหวขนาดไหน
นั่นสินะ ข้าคือเจ้านายคนที่สี่ของมัน ต้องมีชีวิตยืนยาวกว่าเจ้านายสามคนในอดีตของมันรวมกันให้ได้!
‘เจ้าบื้อเอ๊ย’
ด่ายังไงให้ไม่เจ็บไม่คัน สงสัยข้าเริ่มมีภูมิต้านทานแล้ว
“จับตามองดีๆ อย่าให้เกิดเรื่องก่อนท่านผู้นั้นจะมาล่ะ”
อาจเพราะข้าเงียบเกินไปจนรังแกไม่สนุก โพดีเซิร์กจึงปล่อยตัวแล้วหันไปกล่าวกับทหารยามสองนายด้านหน้าพร้อมกับประตูลูกกรงที่ปิดสนิท ข้านอนนิ่งไม่กล้าขยับอยู่พักใหญ่ จนเผ่างูสองคนเริ่มเดินตรวจความเรียบร้อยจึงค่อยๆ กระเถิบตัวไปนั่งพิงกำแพง
แคว่ก!
สองทหารยามหน้าห้องขังรีบเดินกลับมาจับผิดทันทีเมื่อได้ยินเสียงผิดปกติ ต้องขอบคุณผ้าคลุมกันทรายของ